IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Closed TopicStart new topic
> ใครจะอาจซื้อขายฟ้ามหาสมุทร/ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ASTVผู้จัดการออนไลน์
อี๊ดคุง
โพสต์ Feb 22 2009, 20:42
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ใครจะอาจซื้อขายฟ้ามหาสมุทร


โดย...ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ภาพที่แนบมา

หลายสัปดาห์ผ่านไปกับประเด็นให้เช่าอุทยาน ระหว่างนี้ มีข่าวแว่วมาหลายประการ เริ่มจากข่าวไม่แว่ว เพราะลงไว้ใน "มติชน" กระทรวงทรัพยากรฯ จะจัดประชุมเพื่อขอความคิดโดยอยากเชิญทุกภาคส่วนที่สนใจเข้ารับฟัง จากนั้นก็กลายเป็นข่าวแว่ว เค้าเชิญผมเข้าไปประชุมด้วยล่ะ แต่แว่วแล้วแว่วลับ กลับกลายเป็นข่าวแว่วใหม่ เค้าเลื่อนการประชุมไปวันโน้นทีวันนี้หน สุดท้ายลงเอยด้วยการสรุปอย่างง่าย ๆ เค้าประชุมที่ไหนก็ไม่รู้ วันไหนก็ไม่รู้ เชิญผมหรือเปล่าก็ไม่รู้

ระหว่างนั่งรอข่าวแว่ว ผมคิดข้อดีข้อเสียของการเปิดให้เช่าพื้นที่อุทยาน ข้อดีมีเยอะ เช่น สนับสนุนเอกชนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนตามนโยบายของรัฐบาล สร้างรายได้ให้กรมอุทยาน ฯลฯ

แล้วข้อเสียล่ะ มีมั้ย ?

เพื่อตอบคำถามข้อนี้ ผมไม่เปิดตำราทางวิทยาศาสตร์ แต่ไพล่ไปเปิดหนังสือกวี จำได้ว่าเคยอ่านในหน้านี้ อืมม์ เจอแล้ว จะว่าเป็นข้อเสียก็คงไม่ใช่ เรียกว่าเป็นข้อเตือนใจจากศิลปินแห่งชาติคงเหมาะกว่า ใจความดังว่า...

ใครจะอาจซื้อขายฟ้ามหาสมุทร แสนวิสุทธิ์โลกนี้ที่พระสร้าง
สุดท้ายกายวิภาคจะจากวาง ไว้ระหว่างหล้าและฟ้าต่อกัน ฯ
เรามิใช่เจ้าของฟ้าอวกาศ โลกธาตุทั่วสิ้นทุกสรวงสวรรค์
มนุษย์มิเคยนฤมิตตะวันจันทร์ แม้แต่เม็ดทรายนั้นสักธุลี ฯ
แย่งแผ่นดินอำมหิตคิดแต่ฆ่า เพราะกิเลสบ้าหฤโหดสิงซากผี
ลืมป่าช้าคุณธรรมความดี เสียศรีสวัสดิ์ค่าแท้วิญญาณ ฯ
สภาวะสรรพสิ่งทุกส่วนโลกนี้ ควรที่สำนึกค่าทิพย์วิเศษวิศาล
อนุรักษ์ดินน้ำไว้ตลอดกาล เพื่อเหนือทิพยสถานวิมานแก้วไกวัล ฯ

ปณิธานกวี, อังคาร กัลยาณพงศ์


ผมแนะนำว่า ก่อนประชุมในครั้งนี้ ครั้งหน้า หรือครั้งไหน ควรแจกสำเนาร้อยกรองบทนี้ให้เป็นเอกสารการประชุม ทางที่ดี ควรทำเป็นจารึกติดไว้หน้าทางเข้ากรมอุทยาน ฯ เพื่อเอาไว้เตือนใจผู้ใดที่หวังเข้ามา "ซื้อขายฟ้ามหาสมุทร"

เมื่อเข้าประชุมแล้ว เราคงไม่ต้องมาเถียงเรื่องข้อดีข้อเสียให้มากมาย รวมทั้งไม่ควรเอ้อระเหยลอยชายท้าวความไปไกลจนผู้เข้าประชุมหลับคาแก้วกาแฟ เราควรมุ่งประเด็นว่า ถ้าอยากทำจริง สามระบบของเราพร้อมไหม ? สามระบบที่ว่า หมายถึง ระบบในการคัดเลือก ระบบในการตรวจสอบติดตาม และระบบในการควบคุมลงโทษ

ระบบในการคัดเลือก หมายถึง เลือกเอกชนผู้เช่าอย่างไร มีการนำเสนอโครงการก่อนหรือไม่ ? หรือเสนอมาแต่ผลตอบแทน (ต่อหลวงนะ ผมไม่ได้ประชด) หากมี โครงการดังกล่าวจะผ่านการคัดเลือกอย่างไร ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ไหม หรือจะอ้างว่าเป็นโครงการรัฐ ไม่ต้องทำ หรืออ้างว่า โรงแรมไม่ถึง 80 ห้อง ไม่ต้องทำ ผมก็จะได้เตรียมอ้างบ้าง อ้างว่า หากก่อสร้างใด ๆ ในพื้นที่บอบบาง เช่น อุทยานแห่งชาติ คุณต้องทำ EIA ครับ (เราควรแนบกฏหมาย EIA ไว้ในเอกสารการประชุมด้วยก็ดีนะ)

ระหว่างทำ EIA ผมเสนอว่า อุทยานยังไม่ต้องเก็บค่าเช่าเค้าหรอกครับ จะได้ไม่เกิดข้ออ้างว่า เก็บตังค์เค้าแล้ว ไง ๆ ก็ต้องให้เค้าทำ อีกทั้งยังป้องปรามการถางพื้นที่ล่วงหน้า อุทยานทำบ้านพักเองมาตั้งหลายสิบปีแล้ว ทำต่ออีกนิดคงไม่เป็นไร

อีกประเด็นที่น่าคิด คือ จำนวนห้องในรีสอร์ต อุทยานฯ มีตัวเลขอยู่ในมือแล้ว เพราะเพิ่งทำขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวไปได้ไม่นาน ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้วด้วย แต่ผมอยากเสนอว่า ตัวเลขพวกนั้น เช่น หมู่เกาะสุรินทร์มีคนค้างคืนได้ 620 คนต่อคืน ลืมไปเสียเถิด นำมาใช้ไม่ได้ครับ เพราะหนึ่งบวกหนึ่งอาจไม่เป็นสอง เหมือนกับจำนวนนักเที่ยว 620 คน เท่ากับรีสอร์ต 310 ห้อง ฮึ่มแฮ่

เหตุที่ใช้ไม่ได้ เพราะตัวเลขนั้นได้มาจากการศึกษากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป เค้านอนเต็นท์ ต่อคิวกันเข้าห้องน้ำ อาบได้ห้าขัน เพื่อนทุบประตูปุงปัง ปริมาณน้ำที่ใช้ย่อมต่างจากคนนอนแช่อ่างในห้องหรูของรีสอร์ต นอกจากนี้ อย่าลืมพนักงานของรีสอร์ตนะครับ พวกนั้นก็นับเป็นคนค้างคืนในอุทยานเหมือนกัน บวกลบคูณหาร ผมคิดว่า สร้างรีสอร์ตขนาด 30 ห้อง ก็ปล่อยน้ำทิ้งเท่ากับนักเที่ยวนอนเต็นท์ 600 คนแล้วครับ (ตัวเลขเดาเอา เพราะไม่คิดสร้างรีสอร์ต ใครอยากสร้าง กรุณาคิดเอง ผมมีหน้าที่จับผิด)

มาถึงระบบตรวจสอบ ทำไงดีล่ะเนี่ย ? จะไปเดินดูขยะบนหาด หรือดูปะการังหักเพราะนักเที่ยวเหยียบ ผมอยากชี้ชัด ปัญหาที่น่ากลัวคือปัญหาที่มองไม่เห็น ได้แก่ น้ำทิ้งจากรีสอร์ต อย่าคิดว่า น้ำบนเกาะมีน้อย ไง ๆ ก็ทิ้งได้แค่นี้ เพราะผมเชื่อว่า รีสอร์ตเค้าคงมีตังค์พอซื้อเครื่องทำน้ำจืดจากน้ำทะเล (มีขายถมไป) อย่าไปฝากความหวังไว้กับระบบบำบัดน้ำเสีย เพราะกินไฟเท่าไหร่กันเล่าเจ้าข้าเอ๊ย ขนาดอยู่บนฝั่งข้างเสาไฟฟ้าแรงสูง ยังเปิดเฉพาะตอนมีคนมาตรวจ อยู่บนเกาะปั่นไฟเอง ค่าซื้อค่าขนน้ำมันเตาก็อ่วมแล้วครับ

อีกอย่างห้ามฝากความหวัง คือ มาตรฐานคุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษ แม้เค้าจะมีคุณภาพน้ำในแนวปะการัง (ผมเป็นหนึ่งในคนช่วยเค้าทำ) แต่บอกไว้ตรงนี้ นั่นคือมาตรฐานที่ใช้ทั่วประเทศ โดยดูจากทะเลทั่วไป เช่น พัทยา เกาะช้าง มิใช่เตรียมไว้สำหรับเกาะสุรินทร์สิมิลัน แนวปะการังห่างฝั่ง มีลักษณะเฉพาะ บอบบางราวกับสาวยังไม่ต้องน้ำมือชาย ขืนนำมาตรฐานคุณภาพน้ำทั่วไปมาใช้ มีหวังกุ้งหอยปูปลากามิกาเซ่ เอาหัวชนปะการังให้ตายซะเร็ว ๆ จะได้ไม่ทรมาน

แล้วใครเล่าเอย จะเป็นผู้คอยวัดคุณภาพน้ำ คอยตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของแนวปะการัง ผมยกตัวอย่าง เกาะ Green Island ประเทศออสเตรเลีย ใช้นักวิจัยเกือบทั้งมหาวิทยาลัย พากันไปศึกษาปีละไม่รู้กี่สิบโครงการ (ผมทราบ เพราะเคยทำงานอยู่ที่นั่น) ค่าเช่าที่อุทยานตั้งขึ้นมา ไร่ละ 48,000 บาทต่อเดือน จะพอหรือครับ แล้วก็…ตัวเลขดังกล่าวมาจากหนใด ทำไมทั้งป่าทั้งยอดดอยทั้งทะเลเท่ากันหมดเลย บวกค่าตรวจสอบไว้หรือเปล่าหนอ ป่ากับทะเล ระบบตรวจสอบต่างกันเยอะนะจ๊ะ

สุดท้ายคือระบบลงโทษ ในสัปดาห์ก่อน ผมกล่าวไปบ้างแล้ว จึงไม่อยากกล่าวซ้ำ เพียงแต่อยากเห็นว่า ใครเอ่ยเป็นผู้ฟันธง เช่น หากนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลรวมตัวกัน บอกว่ามีปัญหา แต่เค้าก็เฉย ดำเนินการต่อไปเรื่อย ๆ แล้วทำไงดีล่ะ ? หรือต่อให้เกิดปัญหา อุทยานรับทราบ มีอะไรสักอย่างที่รับประกันว่า เรื่องจะไม่ลงเอยที่ศาล ใช้เวลาอีกนานแสนนานในการหยุดปัญหา

ป่ากับทะเล ต่างกันมากมาย เราควรแยกเป็นสองห้องประชุม นอกจากนี้ ควรระบุอุทยานที่จะนำร่องให้ชัดเจน เพราะผมแว่วมา งานนี้อาจมีลับลวงพราง สุรินทร์สิมิลันอาจเป็นแค่ตัวล่อเป้า ก่อนยอมถอยเปลี่ยนเป็นแถวกระบี่ตรังสตูล (ข่าวแว่ว ไม่ยืนยันว่าจริงนะจ๊ะ)

ในฐานะนักวิชาการ ผมเชื่อว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องประเด็นนี้ มีความบริสุทธิใจ เพื่อหวังประโยชน์ให้เกิดต่อประเทศชาติ อาจมีหลากหลายความคิดเห็นไปบ้าง เป็นเรื่องปรกติ แต่เพื่อความไม่ประมาท อยากฝากบทกวีเผื่อไว้สักนิด สำหรับผู้ที่คิดเป็นอื่น

ชะเลเอ๋ยใครเล่าเจ้า กลัวเกรง
หมู่มนุษยชาติโฉงเฉง ชั่วร้าย
ผลิตเลือดต่ำอลเวง ฆ่าโลก
เหลวเล่ห์สถุลชีพใบ้ งั่งไร้ปัญญา ฯ

บางกอกแก้วกำศรวล, อังคาร กัลยาณพงศ์


ผู้ใดคิดทำให้ "ชะเล" กลัว อยากเตือนไว้ แนวหน้ารักษาทะเลไทยมีเยอะนะครับ ผมเป็นแค่ดั่งหนึ่งธุลีทราย อีกหลายพร้อมก้าวออกมา ในเวลาที่ทะเลกรีดร้องด้วยความกลัว !



ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา

Go to the top of the page
 
+Quote Post

Closed TopicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 19th July 2019 - 08:59
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys