รูปแบบที่เหมาะสม

คลิกที่นี่เพื่อดูหัวข้อนี้ในรูปแบบดั้งเดิม

:: Photo and Travel Forum :: _ ทิป เทคนิค กล้องดิจิตอล และ การถ่ายภาพ _ การละฉากหลัง หรือ การทิ้งฉากหลัง หรือ การละลายฉากหลัง

โพสต์โดย: Peesuh Apr 28 2008, 10:09

เชื่อว่า..."แทบจะทุกคนในที่นี่...ต่างก็ย่อมทราบ และมีความชำนาญดีกันอยู่แล้ว นิ"

เพียงแต่..เพราะได้เกริ่นๆ ไว้กับน้องมุชุเมื่อวันก่อนว่า.."กำลังเขียนบทความเล็กๆ เกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพ...แบบเบาๆ สบายๆ อยู่ 2-3 เรื่อง เช่น ว่าด้วยเรื่องของเส้น การทิ้งฉากหลัง ฯลฯ เป็นต้น"

วันนี้นำมาแปะๆ ในลักษณะ "นำมาฝาก"...ก็ละกัน เน่อ hipb006.gif

............

เทคนิคการละฉากหลัง หรือ การละลายฉากหลัง หรือ การทิ้งฉากหลัง นั้นสามารถปรับใช้ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น


*การกำหนดรูรับแสง(แบบกว้าง)

ซึ่งเป็นเทคนิคพื้นฐานที่สุดในการที่จะถ่ายภาพให้หลังเบลอ นั่นคือ หลังจากได้ตัวแบบแล้ว ก็ให้ปรับขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ส่วนใครจะถนัดใช้โหมดไหนก็ให้โยกสวิทช์ไปยังโหมดนั้น ๆ เช่น

*โหมด AV(EV) : ข้อดีของโหมดนี้ คือ กล้องจะปรับความเร็ว(ชัตเตอร์)ให้สัมพันธ์กับขนาดรูรับแสงที่เราได้ปรับตั้งไว้แต่ต้
น รวมถึงปรับค่าไวบาลานด์เป็นค่าอัตโนมัติ
ลักษณะแสงที่ตกกระทบของการใช้โหมดนี้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้แสงธรรมชาติ) จะค่อนข้างสมดุล พอดี ๆ แต่...หากใครต้องการใครต้องการค่าแสงตามใจฉันซักหน่อย เช่น ต้องการให้โอเวอร์นิด หรืออันเดอร์หน่อย "แบบว่า..ตามใจฉัน" ก็ให้โยกไปที่...

*โหมด M : โหมดนี้เราจะสามารถปรับขนาดความเร็วชัตเตอร์ ค่าไวท์บาลานด์ ค่า ISO ค่าชดเชยแสง อัตราแฟรช และค่าอื่น ๆ ได้ตามใจฉันอย่างแน่นอน
*ในสภาพแสงน้อย หากต้องการให้ได้ภาพที่เป็นแสงธรรมชาติจริง ๆ ก็ควรระวังเรื่องกล้องสั่นด้วย

อย่างไรก็ดี เทคนิคนี้จะบังเกิดผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งก็ต่อเมื่อ ควรปรับที่อัตรา1:1 ซึ่งหมายความว่า เพราะหากปรับขนาดรูรับแสงที่ 2.8 แล้ว ผู้ถ่ายเองจะต้องเป็นเดินเข้าหาตัวแบบเองจนกว่าจะได้ขนาดเฟรมเป็นที่น่าพอใจ เพราะหากผู้ถ่ายยืนจุดเดิมแล้วใช้การดึงซูมแล้วไซร้ ค่าของแสงเข้า(f-stop)ก็จะมีอัตราเป็นปฏิภาคกับขนาดช่วงซูมทันที...ส่วนว่าจะมาก/น้อยเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของกล้อง/เลนส์รุ่นนั้น ๆ..



http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=786

โพสต์โดย: Peesuh Apr 28 2008, 10:29

*การเลี่ยงฉากหลัง, ผลักฉากหลัง

ต่อเนื่องจากข้างบน แต่อาศัยความพิถีพิถันอีกนิดในการกำหนดฉากหลัง นั่นคือ การเลี่ยงฉากหลังที่จะมารวบกวน(แย่งจุดสนใจ)จากตัวแบบไปจนหมดสิ้น กล่าวคือ พยายยามหาฉากหลังที่มีโทนสีมืดกว่าตัวแบบ (ในนบางกรณีอาจจะสว่างกว่าก็ได้) แต่ก็ไม่ควรให้มีสีสันเจิดจ้ารบกวนมากเกินไป

แต่..ในบางกรณีก็อาจจะต้อง "มีการจัดฉาก" กันบ้างล่ะ hipb002.gif กล่าวคือ อาจจะต้งมีการการผลัก หรือ ดึงฉากหลังให้ออกห่างตัวแบบให้มากที่สุด
(สมัยเรียนวิชาการถ่ายภาพ..อาจารย์มักกำชับว่า.."นักศึกษาทุกคนควรพกผ้าโทนสีเข้ม, ดำ ที่ไม่สะท้อนแสง เช่น ผ้ากำมะหยี่ ขนาดอย่างน้อย 1.5x1.5 เมตร และเชือกไนล่อนสีทึมๆ ไว้ในกระเป๋าเสมอ ทั้งนี้เพราะบางครั้งเราอาจจะจำเป็นที่จะต้องเอาผ้ามาทำเป็นฉากหลังเสียเอง หรือในบางกรณีก็อาจจะจำเป็นต้องใช้เชือกผูก ยึด และโยง ฯลฯ เพื่อดึงฉากหลัง(สิ่งรบกวน)ให้พ้นจากตัวแบบให้มากที่สุด

*ในกรณีที่ผู้ถ่ายไม่สามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากกว่ากว่านั้นอีกแล้ว...จำเป็นอย่างย
ิ่งที่จะต้องอาศัยอาศัยการซูมเข้าช่วย ก็พยายามปรับขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็พยายามหามุมภาพที่มีหลังฉากหลังอยู่ห่างจากตัวแบบให้มากที่สุด

 

โพสต์โดย: Peesuh Apr 28 2008, 10:53

*การทำหลังดำ

ในกรณีเช่นนี้กล้องในระดับ DSLR/SLR หรือ Prosumer, จะได้เปรียบกล้องคอมแพ็คค่อนข้างมากทีเดียว เทคนิคนี้จะมีลักษณะตรงกันข้ามกับเทคนิคการทิ้งฉากหลัง หรือการละลายฉากหลัง (แบบหลังเบลอ)ข้างต้นโดยสิ้นเชิง
กล่าวคือ วิธีการปรับเทคนิคนี้ก็คือ หลังจากปรับไปที่โหมด M แล้ว ให้ปรับขนาดรูรับแสงให้แคบที่สุด ปรับความเร็วชัตเตอร์สูงสุด หรือ อาจจะรวมไปถึงต้องปรับค่าชดเชยแสง ค่า ISO ค่าไวท์บาลานด์ ฯลฯ (ภาพที่ปรากฎในหน้าจอจะอันเดอร์มากจนมองแทบไม่เป็นตัวแบบเลยก็ได้) หลังจากนั้นจึงค่อยไปปรับอัตราค่า fill flash เพื่อกำหนดให้ตกกระทบที่ตัวแบบ

หมายเหตุ :
สำหรับผู้ที่มีกล้องที่สามารถแยกแฟรช(sync flash)ได้ก็ยิ่งดีแล้วใหญ่ ทั้งนี้เพราะจะมีความสะดวกในการใช้เทคนิคนี้เป็นอย่างมากทีเดียว เพราะในการ fill flash นั้นจะสามารถกำหนดทิศทางการเข้าของแสงจากทิศทางใดก็ได้ เช่น กำหนดให้เข้าทางด้านซ้าย/ขวา หน้า/หลัง กดแสงลงมาจากด้านบน หรือเงยทะแยงจากด้านล่างก็ยัง หรือทิศทางอื่นใดก็ได้ รวมทั้งสามารถนำแฟรชเข้าไปจ่อ ใกล้ ๆ ตัวแบบ และสามารถจะกำหนดอัตราแสงตกระทบได้มากมาก/น้อยตามต้องการ เช่น ในกรณีการถ่ายภาพชิ้นงาน ถ่ายแบบ หรือ อื่นใด...ในลักษณะที่ต้องการ"เน้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งได้"

จุดเด่นของการใช้เทคนิคนี้ ก็คือ จะได้ภาพที่มีลักษณะหลังดำ คือ ตัวแบบเด่น ฉากหลังมืด

ข้อแนะนำ :
ถ้าจะให้ดี..หากเป็นไปได้ควรใช้วิธีเลี่ยงฉากหลัง หรืออาจจำเป็นต้องจัดฉาก โดยการผลักให้ฉากหลังออกห่างจากตัวแบบให้มากที่สุด...เพื่อไม่ให้มารกรุงรังอยู่ใกล้
ๆ ตัวแบบนั่นเอง

 

โพสต์โดย: Peesuh Apr 28 2008, 11:18

การกำหนดรูรับแสง (แบบแคบ) :

เทคนิคการกำหนดรูรับแสง(แบบแคบ)นี้ มีวีการแทบจะเหมือนๆ กับเทคนิคหลังดำดังกล่าว เพียงแต่ให้ดีกรีความเข้มในการปรับให้อ่อนลงมาหน่อยเท่านั้น กล่าวคือ ในกรณีที่ต้องการถ่ายตัวแบบ แต่..มีข้อแม้ว่าให้ได้ฉากหลังด้วย

เงื่อนไข คือ อย่าให้ฉากหลังมารบกวนหรือดึงจุดสนใจไปจากตัวแบบมากเกินไป เช่น กรณีต้องการถ่ายตัวแบบ กับฉากหลังที่เป็นแนวถนน ไฟประดับสถานที่ อาคารประดับไฟ หรือ สถานที่อื่นใด ฯลฯ

โดยเราสามารถปรับกล้องในลักษณะให้รูรับแสงแคบได้ดังนี้ครับ คือ

ปรับไปที่โหมด M : ปรับขนาดรูรับแสงให้แคบสุด (หรือ เหมาะสม) ปรับความเร็วชัตเตอร์ในระดับหนึ่ง ปรับค่าไวท์บาลานด์(เพื่อให้ตรงกับสภาพแสงในขณะนั้น) หรืออาจจะหมายรวมไปถึงจะต้องปรับค่าชดเชยแสง และค่า ISO ด้วยก็ได้ โดยให้วัดแสงที่ฉากหลัง...ปรับจนกว่าฉากหลังอันเดอร์อย่างน้อย 2-3 สต็อปขึ้นไป(หรือจนกว่าจะพอใจ) จากนั้นจึงค่อยไปปรับอัตรา fill flash ยิงแสงไปยังตัวแบบ (จะให้แสงที่ตัวแบบพอดี ๆ หรืออันเดอร์นิด โอเวอร์หน่อย... นั่นก็แล้วแต่ความพอใจ)

*จุดที่น่าสนใจของการปรับด้วยเทคนิคนี้ก็คือ นอกจากจะขับเน้นให้ตัวแบบโดดเด่นแล้ว เรายังจะได้ฉากหลังอีกด้วย(ให้รู้ว่าถ่ายบริเวณใด)

ทริกเล็กๆ เกิดจุดน่าสนใจก็คือ หากเราปรับรูรับแสงแคบลงไปในระดับหนึ่ง เราจะได้ประกายแสงไฟจากหลอด(ไม่ว่าจะมาจากรถยนต์ ไฟราวประดับ ไฟอาคาร ฯลฯ )เป็นแฉกๆ สวยงาม ดูแปลกตาออกไปอีกแบบหนึ่ง

หมายเหตุ :
การใช้เทคนิคนี้สามารถปรับนำไปใช้กับการถ่ายภาพในกรณีที่ตัวแบบ และฉากหลังมีค่าความต่างของแสง(contrast) มากเกินไป แต่..เราต้องการให้ได้ทั้งตัวแบบและโลเคชั่นหรือฉากหลังด้วยในคราวเดียวกัน เช่น ชายทะเล หรือบริเวณน้ำตก หรืออื่นใด ซึ่งฉากหลังมักจะมีแสงแดดจัด (แต่ตัวแบบหลบอยู่ในที่ร่มไม่ยอมออกไป..กลัวผิวเสียอะไรประมาณนั้น)... แต่กระนั้นก็ยังอยากจะได้วิวทะเลหรือน้ำตกสวย ๆ ด้านหลังด้วย ซึ่งหากเราถ่ายโดยใช้โหมดอัตโนมัติหรือโหมดสำเร็จรูปที่กล้องให้มา (ซึ่งกล้องก็มักจะวัดแสงให้พอดีที่ฉากหลังแทน) ตัวแบบด้านหน้าก็จะมืดตึ๊ดตื๋อ ไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ

แนะนำเล็กๆ :
วิธีการที่จะได้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการนั้นแทบจะเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น เพียงแต่ให้เราวัดแสงที่ฉากหลังที่พอดี หรือเป็นที่น่าพอใจ (ซึ่งแน่นอนว่าภาพตัวแบบที่ปรากฏในจอนั้นอันเดอร์หลายสต็อป)
หลังจากนั้นผู้ถ่ายจึงไปปรับอัตราการ fill flash เพื่อให้ไปตกกระทบที่ตัวแบบ (ซึ่งอาจจะใช้วิธีการถ่ายเทสต์ดูจนกว่าจะได้สภาพภาพที่ตัวแบบเป็นที่น่าพอใจ หรืออย่างในกรณีของกล้องฟิล์มก็อาจจะใช้วิธีการถ่ายคร่อม)

ออ! อีกเทคนิคหนึ่ง ก็คือ การใช้ "เทคนิค Slow flash" กล่าวคือ ในกรณีที่เราต้องการเก็บฉากหลังในลักษณะ/สภาพที่เห็นเช่นปกติ(ไม่ต้องการให้เกิดแสงแฉก)
ในกรณีนี้..หากเราต้องการสภาพแสงในส่วนฉากหลังที่พอดี อีกทั้งยังต้องการที่จะได้แสงที่พอดีที่ตัวแบบด้วย ก็เพียงแค่วัดแสงให้พอดีที่ฉากหลัง (ซึ่งในสภาพที่มีแสงน้อยมากๆ ก็อาจจะได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำมากๆๆๆ เช่น 2-4 วิฯ ขึ้นไป เป็นต้น) หลังจากนั้นก็กำหนดแฟรชให้ตกกระทบให้พอดีที่ตัวแบบ แหละ..."เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว" ก็กดชัตเตอร์ได้เลย

ข้อพึงระวัง ก็คือ ต้องพยายามให้กล้องนิ่งที่สุด(ใช้ขาตั้งเป็นดีที่สุด) รวมทั้งจะต้องพยายามให้ตัวแบบอยู่นิ่งๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะนิ่งได้(ในท่าเดิม) เพราะไม่อย่างงั้น...ก็จะกลายเป็นว่าได้ภาพในลักษณะ Movement ไปซะนี่ hipb007.gif

ปล.
อีกตัวช่วยหนึ่ง ซึ่งจะให้คุณภาพแจ่มแจ๋วที่สุดในการถ่ายให้ฉากหลังเบลอ ก็คือ การใช้เลนส์จำเพาะนั่นเอง กล่าวคือ การใช้เลนส์เทเลโฟโต้ หรือ เลนส์ซูม ที่มีช่วงยาวๆ อย่างน้อยก็ซัก 135 มม.ขึ้นไป (และ..หากมีรูรับแสงกว้างๆ หน่อยก็ยิ่งดีใหญ่เลย นิ)

............

ไปค้นๆๆๆ ดูภาพแล้ว มีแต่ "ภาพนางแบบส่วนตัว" ทั้งน้านนนๆๆๆๆ
คือ..แบบว่า.."รู้สึกเกรงใจ" ที่จะนำมาเป็นภาพตัวอย่าง นิ hipb002.gif

อิ อิ...เอาภาพป๋าแมวนี้มาเป็นภาพตัวอย่างล่ะกัน เนอะ hipb003.gif
แต่ก็..."ไม่ค่อยจะเป็นอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น" ซักเท่าไหร่หรอกนะ hipb009.gif ทั้งนี้เพราะเป็นการเก็บภาพในลักษณะแบบฉับพลับทันใด (Candid : Lomography)
(คือ คิดจะลองเก็บภาพมุมสูงซักนี้ดส์ นึง จึงปีนขึ้นกระบะหลัง "หันไปเห็นพอดี" ยกกล้องขึ้นกดโชะทันที...ไม่มีจังหวะที่จะแหม็ง และ ได้จัดองค์ประกง องค์ประกอบอะไรหรอก มานั่งดูอีกที เอิ๊ก เอิ๊กๆๆๆ ..."เส้นพาดผ่าน" แบบเต็มๆ เชียวนิ hipb001.gif hipb002.gif )

 

โพสต์โดย: cat Apr 28 2008, 12:06

หล่อคาดภาพเรา คริๆๆๆ

โพสต์โดย: Peesuh Apr 28 2008, 12:15

อิ อิ...ป๋าแมวเข้ามาไว ดีจัง นิ hipb003.gif

โพสต์โดย: Eadkung_the_ADMIN Apr 28 2008, 14:36

ได้ความรู้แบบแน่นๆอีกแล้ว ขอบคุณพี่สุคร้าบบบ
ถ้าไงเดี๋ยวผมจัดทำสารบัญรวบรวมบทความไว้ที่นึงนะครับ
พี่สุสามารถเขียนบทความมาแบ่งปันน้องๆ เพื่อนๆ ได้เต็มที่ครับ
เดี๋ยวผมจัดทำลงสารบัญไว้ให้ สมาชิกจะได้เข้ามาอ่านได้อย่างเต็มที่ครับ

ขอบคุณมากๆๆครับ

โพสต์โดย: Peesuh Apr 29 2008, 11:52

ถ้าไงเดี๋ยวผมจัดทำสารบัญรวบรวมบทความไว้ที่นึงนะครับ
พี่สุสามารถเขียนบทความมาแบ่งปันน้องๆ เพื่อนๆ ได้เต็มที่ครับ
เดี๋ยวผมจัดทำลงสารบัญไว้ให้ สมาชิกจะได้เข้ามาอ่านได้อย่างเต็มที่ครับ


........

ครับบบบ....ICๆๆๆๆ

โพสต์โดย: kuki May 31 2008, 22:36

ได้ความรู้ดีมากค่ะ แต่อยากถามว่า fill flash คืออะไรอ่ะ

โพสต์โดย: s@muim@n Jun 2 2008, 17:19

ครับน้องใหม่นะครับ


ยังไงขอเพิ่มเติมนิดนึงนะครับว่าเราจะดูยังไงว่าภาพของเราจะทำให้หลังเบลอหรือไม่อย่
างไร จากที่อ่านบทความมาขอเพิ่มเติมสักเล็กน้อย

กล่าวคือ การที่เราจะทำให้ฉากหลังเบลอ หรือที่เรียกว่าชัดตื้นนั้นควรคำนึงถึง ส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ
1. กล้อง ควรดูระยะจากเลนส์ถึงวัตถุว่าไกลขนาดไหน ในที่นี้ไม่ต้องคำนึงถึง ค่ารูรับแสงนะครับ ใช้ที่ F เท่าไหร่ก็ได้ ดูว่ามันมีระยะเท่าไหร่นะครับ
2. วัตถุ วัตถุที่เราต้องการจะถ่าย เล็กหรือใหญ่ สวยไม่สวยอย่างไรแล้วแต่นะครับ
3. ฉากหลัง เป็นไปได้ ควรเน้นให้ฉากหลังมีลวดลายที่เรียบง่ายเพื่อไม่ให้ภาพของเรานั้นรก และเด่นกว่าวัตถุ

วิธีการ พยายามสังเกตุว่าวัตถุที่เราจะถ่าย มีขนาดเท่าไหร่ไม่ต้องคิดมาก และฉากหลังคืออะไร จากนั้นให้ถ่ายไปเลย(ขอโทษนะครับ ไม่มีตัวอย่าง) จากนั้น พรีวิวดูภาพ ว่าเป็นอย่างไร?

เมื่อเสร็จแล้ว ให้ลองใช้เวลากับภาพให้มากๆ ว่าภาพของเราทำไมเป็นแบบนั้น ถ้าดีแล้วก็คิดตามได้นะครับ การละลายฉากหลังเกิดจากส่วนประกอบหลายๆ อย่างแต่ที่สำคัญที่สุดที่จะกล่าวก็คือ ให้คำนึงถึงระยะ ระหว่างกล้องกับวัตถุ และ วัตถุกับฉากหลัง และระยะห่างระหว่างกล้องถึงวัตถุกับระยะกล้องและฉากหลัง มาถึงตรงนี้คงงงกันบ้าง

แต่อย่าเพิ่งสนใจ มาว่ากันต่อ เรื่องนี้วิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้ครับ กล่าวคือการละลายฉากหลังจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกล้องและวัตถุครับ ถ้าเรายืนห่างจากวัตถุ 1 เมตร แล้วถ่ายภาพมา ภาพของเราดูรก ไม่สวย ฉากหลังรบกวน แสดงว่า ฉากหลังมีสีสันที่โดดเด่นกว่า มีพื้นผิวที่น่าสนใจกว่า และสำคัญที่สุดคือ ฉากหลังใกล้กว่าวัตถุมากกว่าระยะของกล้องกับวัตถุครับ ถ้ากล้องกับวัตถุห่างกัน 1 เมตร คาดว่าฉากหลังห่างจากวัตถุไม่เกิน 1 เมตรครับ


ดังนั้นข้อคำนึงที่สำคัญ คือต่อไปเวลาถ่าย ลองคำนวณระยะของวัตถุกับฉากหลังดูนะครับ ถ้าเราห่างวัตถุ 1 เมตร ให้เพื่อนๆ ลองหาฉากหลังให้ไกลจากวัตถุมากกว่านั้น ยิ่งมากก็ยิ่งเบลอครับ


สำหรับภาพตัวอย่างให้ลองสังเกตุดูดอกบัวกับ ฉากหลังนะครับ ถ้ามองดูดีดี จะพบว่า ยิ่ง วัตถุอื่นที่ไม่ใช่วัตถุที่เรานำมาเป็นจุดเด่น อยู่ไกลออกไปก็ยิ่งมองดูไม่ชัด

ลองทำดูนะครับ แล้วจะมาเสริมเพิ่มเติมครับ

สวัสดีครับ

 

โพสต์โดย: panim Jun 12 2008, 16:14

ตามมา อ่าน ค่ะพี่สุ

โพสต์โดย: B-girl Jun 12 2008, 20:33

รับทราบคร๊าบพี่คร๊าบ...ต้องฝึกๆๆๆ....

โพสต์โดย: yammyyam Jul 24 2009, 10:53

ได้ความรู้มากเลย เป็นสมาชิกใหม่ แล้วก็ เป็นมือใหม่หัดเล่นกล้องด้วยค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ ^^

โพสต์โดย: สิงห์ Aug 18 2010, 23:52

สุด ๆ ครับ ขอบคุณคร้าบ

โพสต์โดย: Post Jul 5 2011, 21:21

ขอบคุณคร๊าาาาาบ ได้ความรู้มากมาย พอดีเพิ่งหัดเล่นกล้องเลยงงบ้างเล็กน้อย ท่านปรามจารย์โปรดชี้แนะด้วย onion_beg.gif

โพสต์โดย: sistact Mar 18 2012, 21:53

ได้ความรู้มาอีกเพียบเลย ขอบคุณค่า

Powered by Invision Power Board (http://www.invisionboard.com)
© Invision Power Services (http://www.invisionpower.com)