IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> แนวโน้มที่สำคัญของการท่องเที่ยวและพฤติกรรมผู้บริโภคผ่า่นสื่อ Online, บทความจาก..e-TAT Tourism Journal
อี๊ดคุง
โพสต์ Dec 17 2008, 23:51
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



แนวโน้มที่สำคัญของการท่องเที่ยวและพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านสื่อ Online


ภาพที่แนบมา


ความสัมพันธ์ระหว่า่งมนุษย์แ์และเทคโนโลยี

เดิมทีเทคโนโลยีเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซับซ้อน และไม่เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเทคโนโลยีจะมีภาพลักษณ์เป็นสีเทา ดิบ และกระด้าง แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำ วัน เช่น iPod, Blackberry, และโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือไม่ได้ทำหน้าที่แค่ทำให้คนจากทุกมุมโลกสามารถติดต่อกันได้ หากแต่ยังสามารถทำให้ผู้คนสามารถติดต่องานกันได้อย่างรวดเร็วในเวลาจริง (Real Time)

ภาพที่แนบมา


แนวโน้มทางการท่องเที่ยวที่สำำคัญ

- พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมีความต้องการ (Demand)สินค้าและบริการสูงมาก
- ส่วนแบ่งของการซื้อขายผ่านช่องทาง Online มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการซื้อด้วยตัวเอง
- ความนิยมใน CGM (Consumer Generated Media) และสื่อประเภท Social Networking
- การส่งเสริมการตลาดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว (Behavioral Marketing)
- การเติบโตของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ
- นักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าทางการท่องเที่ยวได้จากหลากหลายแหล่ง และมีตัวเลือกของสินค้ามากมายเมื่อเทียบกับสมัยก่อน
- นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะมีความภักดีต่อสินค้า (Brand Loyalty) ลดลง โดยแบรนด์ใหม่ ๆ สามารถถูกเลือกโดยลูกค้าได้ตลอดเวลา
- การส่งเสริมการตลาดในปัจจุบัน แบรนด์จะต้องสร้างกระแสในสังคมให้เกิดการกล่าวถึงในมุมกว้าง

รูปแบบพฤติกรรมการซื้อผ่า่นสื่อ Online ในปัจจุบัน

- ในธุรกิจโรงแรมพบว่า ในปี 2008 เกือบร้อยละ 40 ของการจองห้องพักในทวีปอเมริกาเหนือเป็นการจองผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 15-16 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2007 โดยอีกร้อยละ 25-30 ของการจองได้รับอิทธิพลจากการหาข้อมูลผ่านสื่อ Online แต่การซื้อผ่านระบบ Off-lines ทั้งนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2010 มากกว่าร้อยละ 45 ของการจองห้องพักในโรงแรมของทวีปอเมริกาเหนือทั้งหมด จะเป็นการจองผ่านระบบ Online ส่วนในตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2007 พบว่ายอดการจองห้องพักผ่านอินเตอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 28 นอกจากนั้นอีก 1 ใน 4 เป็นการซื้อผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น call center, walk-ins และบริษัทนำเที่ยว ที่ได้รับอิทธิพลจากอินเตอร์เน็ต

- ผู้ใช้ (User) จะมีการค้นหาข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีความสะดวก รวดเร็ว และมีข้อมูลจำนวนมาก ในขณะที่ก่อนหน้านี้การแสวงหาข้อมูลจะเป็นในรูปแบบ Off-lines หรือการเข้าไปหาข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์ของโรงแรมหรือบริษัทนำเที่ยว ทั้งนี้เว็บไซต์ 2.0 ช่วยทำให้ช่องทางการค้นหาข้อมูลกว้างขวางขึ้น

- ผู้ใช้ (User) ร้อยละ 23 ใช้ข้อมูลจาก CGM (Consumer Generated Media) เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

ภาพที่แนบมา


- ผู้ใช้ (User) ร้อยละ 15 ใช้ CGM ในการที่จะเลือกสินค้าและบริการในอันดับต้น (Top Choice)
- ผู้ใช้ (User) ร้อยละ 21กล่าวว่า Review ทั้งหลายใน CGM มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
- ผู้ใช้ (User) ร้อยละ 51 จะหาข้อมูลใน UGM (User Generated Media) เพื่อช่วยทำให้ตัวเลือกของสินค้าแคบลง
- รูปแบบของการทำการตลาดที่ได้รับผลและการคืนทุน (ROI) ได้ดีที่สุด คือ เว็บไซต์ที่จัดทำโดยเจ้าของสินค้าและบริการ Search Engine

แผนภูมิแสดงประสิทธิภาพของการทำการตลาดผ่านสื่อ Online และการคืนทุน (ROI)

ภาพที่แนบมา

Source: Hospitality eBusiness Strategies and New York University


Online Buying Cycle: จากสถิติพบว่าลูกค้าที่มีการเลือกซื้อสินค้าและบริการ และทำการซื้อจริงผ่าน Online มีถึงร้อยละ 59 ในปี 2006 ในขณะที่กลุ่มลูกค้าร้อยละ 20 เลือกซื้อสินค้าและบริการทาง Online แต่ซื้อจริงผ่านระบบ Off-lines ทั้งนี้ ลูกค้าจะเพิ่มขั้นตอนในการซื้อสินค้าและบริการผ่าน Online จากเดิมที่มีการเลือกสินค้าและบริการในเว็บไซต์แ์ล้วซื้อ โดยเพิ่มขั้นตอนการหาข้อมูล (Research) ด้วย Search Engines และ Social Networks ลูกค้าจะเข้าไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ จำนวนมากในขั้นตอนนี้ นอกจากนี้ ลูกค้าจะเชื่อ
ถือข้อมูลที่ได้จาก Search Engine เป็นอย่างมาก จากสถิติพบว่าลูกค้าจะหาข้อมูลก่อนโดยผ่าน Search Engine ถึงร้อยละ 58.2 ในปี 2007

ภายหลังจากการค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine กลุ่มลูกค้าเลือกที่จะจองสินค้าและบริการผ่านเว็บไซต์ ของเจ้าของสินค้าโดยตรง (Brand Direct) เนื่องจาก

- ราคาเฉพาะบนอินเตอร์เนตที่ถูกเป็นพิเศษ 71%
- ราคาพิเศษและโปรโมชั่น 70%
- การได้รับแต้มสะสม 50%
- ง่ายต่อการจองและการเปลี่ยนข้อมูลการจอง 51%
- มีรายละเอียดของห้องพักมากกว่า 47%

พฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่าน Online ของลูกค้าในอดีตได้เปลี่ยนจากความต้องการสินค้าและบริการราคาถูกมาเป็นข้อมูลในการท่
องเที่ยวครั้งต่อไปในปัจจุบัน ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในอนาคตกลุ่มลูกค้าจะถูกแวดล้อมด้วยข้อมูลข่าวสารมากเกินไป โดยในปัจจุบันมีการSearch ผ่าน Search Engine เช่น Google ถึง 2.7 พันล้านครั้งในแต่ละเดือน ในขณะที่ Youtube มีวีดีโอในเว็บไซต์ถึง 79 ล้านเรื่อง และมีจำนวนการเข้าดูวีดีโอดังกล่าวถึง 3 พันล้านครั้งต่อเดือน นอกจากนี้ก็มีวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวถึง 254,000 เรื่องเมื่อ Search ด้วยคำว่า Travel

ปัจจัยที่จะสนับสนุนให้การตลาด Online ประสบความสำำเร็จ
- การปรับรูปแบบการขายสินค้าและบริการให้อยู่ในรูปแบบ Online ในขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งช่องทางการขายแบบ Off-lines ที่มีประสิทธิภาพต่อธุรกิจ
- การติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิด เช่น การเปิด Forum สำหรับลูกค้าเพื่อจะได้ทราบ feedback หรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

ภาพที่แนบมา


- การติดตามพฤติกรรมการ Online ของลูกค้า
- ปรับปรุงสินค้าและบริการให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าผ่านการ Rating การให้บริการแผนที่สำหรับแหล่งท่องเที่ยว การนำเสนอรายการนำเที่ยวที่มีความยืดหยุ่น
- การนำเสนอรูปแบบของเว็บไซต์ที่ดูเรียบง่าย
- การให้บริการ Web Widget เพื่อสร้างความน่าสนใจแก่สินค้า โดย Web Widget หมายถึงโปรแกรมขนาดเล็กที่ผู้ใช้ (User) สามารถนำมาติดตั้งในเว็บไซต์ของตัวเองได้ โดยเจ้าของสินค้าและบริการจะให้บริการดาวน์โหลด Web Widget เพื่อสร้างความรับรู้และตระหนักต่อแบรนด์ของสินค้าเช่น โปรแกรมพยากรณ์อากาศในสถานที่ท่องเที่ยวและโปรแกรมนับเวลาถอยหลังสำหรับการพักร้อนที
่ผู้ใช้ได้ซื้อรายการนำเที่ยวไปแล้ว

ภาพที่แนบมา


เครื่องมือในการทำำการตลาด Online ในปัจจุบัน

การส่งเสริมการตลาด Online ในปัจจุบัน ใช้เครื่องมือหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีความโดดเด่นและความพิเศษแตกต่างกัน สำหรับเครื่องมือในการส่งเสริมตลาด Online ที่ได้รับความนิยมและอยู่ในกระแส ได้แก่ Web 2.0, Search Engine, Social Media, Blog และอื่นๆ

Web 2.0

เป็นเทคโนโลยีรูปแบบหนึ่งบนอินเตอร์เน็ตที่ลูกค้า (User) เป็นผู้เขียนข้อมูล (Content) เกี่ยวกับสินค้าและบริการ จากนั้นข้อมูลดังกล่าวจะถูกค้นหา (Search) โดย Search Engine นอกจากนี้ลูกค้ายังได้เพิ่มมูลค่า (Value) และความโดดเด่น (Unique) ของสินค้า ผ่านรายการสินค้า (Product Listing) การ Review และการให้คะแนนโหวต

ลูกค้า (User) สามารถหาข้อมูลและ Comment เกี่ยวกับสินค้าและบริการล่วงหน้า ตลอดจนสามารถเปรียบเทียบราคาของสินค้าและบริการได้หลากหลาย นอกจากนี้ไม่ได้มีแต่เพียง End-user หรือลูกค้าเท่านั้นที่จะเห็นและได้ข้อมูลของสินค้าและบริการ หากแต่ข้อมูลของสินค้าและบริการยังถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ทำให้กลุ่มลูกค้าและกลุ่มตลาดศักยภาพ สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้ดีขึ้นและง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ได้ ผ่าน Social Networking และ Blogging นอกจากนี้ Web 2.0 ยังสามารถเพิ่มจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ได้โดยผ่าน RSS (Real Simple Syndication)

ภาพที่แนบมา
ภาพที่แนบมา


Web 2.0 มีวิวัฒนาการมาจาก Web 1.0 ซึ่งเป็นเว็บไซต์แบบดั้งเดิมที่เจ้าของสินค้า และบริการเป็นผู้เขียนข้อมูล (Content) ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์จะมีลักษณะเป็น End-user

ในอนาคตจะมีการพัฒนา Web 3.0 ซึ่ง Jerry Yang จาก Yahoo ได้ให้คำจำกัดความว่า ‘เป็นสื่อกลางที่ผู้เชี่ยวชาญ (Professional), Semi-Professional และ User ได้สร้างเครือข่ายร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการพัฒนาของระบบอินเตอร์เน็ตในภาพรวม’ ทั้งนี้ เว็บไซต์ดังกล่าว จะมีการเข้าถึงความต้องการของลูกค้า (User) มากขึ้นโดยมีการเก็บข้อมูลจากพฤติกรรม Online ของลูกค้าคนดังกล่าว จากนั้นก็มีการเสนอขายสินค้าและบริการที่อยู่ในข่ายความสนใจเพื่อเพิ่มยอดขาย

Search Engine

จากผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 85 ของการจราจรในเว็บไซต์มาจาก Search Engine ร้อยละ 93 ของผู้ใช้บริการ Search Engine จะดูผลของการค้นหาไม่เกิน 3 หน้า และมากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ใช้บริการ Search Engine เป็นการค้นหาในหัวเรื่องที่ตนสนใจจริง ๆ (Organic หรือ NaturalSearch)

จากผลการวิจัยของ Forester พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมใช้สื่ออินเตอร์เนตในการค้นคว้าหาข้อมูลทางการท่องเที่ยว คิดเป็น 17:1 เมื่อเทียบกับสื่อโทรทัศน์ และ 6:1 เมื่อเทียบกับสื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และลูกค้าจะให้ความเชื่อถือในขั้นตอนของการตัดสินใจซื้อต่อผลของการค้นหาที่ได้จาก Search Engine มากกว่าเนื้อหาที่ได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยสื่ออื่นโดยลูกค้า (User) ร้อยละ 47 เริ่มกระบวนการจองสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวภายหลังจากการ Search และเกือบร้อยละ 50 จะไม่เข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ของผู้ประกอบการโดยตรง

การตลาด Search Engine จะเป็นตัวแปรสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ในขณะที่สื่ออื่นจะใช้ได้ผลกับกลุ่มลูกค้าเก่า โดยผลการวิจัยจาก Roamfree.com พบว่า SEO (Search Engine Optimization) และ SEM (Search Engine Marketing) เป็นสื่อที่ดีที่สุดในการเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่ถึงร้อยละ 30

Google ครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดของ Search Engine ประมาณร้อยละ 10 และ 30 อันดับแรกที่มีการ Search เกี่ยวกับการท่องเที่ยว พบว่าคำค้นถึง 26 คำเป็นชื่อแบรนด์ของสินค้า ทั้งนี้ Google สร้างรายได้ 16.59 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2007 เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 จากปี 2006 โดยตัวของเว็บไซต์เองสร้างรายได้ 10.6 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 64 ในขณะที่อีกร้อยละ 35 เป็นรายได้จากการโฆษณาผ่าน AdSence Programs

การ Search โดย Multi-lingual

- การสื่อสารในภาษาของลูกค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งบางครั้งภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางไม่สามารถทำได้ครอบคลุม
- การสื่อสารในภาษาของลูกค้าเอง ก็มีข้อควรระวังในการใช้ภาษาและการสื่อความหมายให้ถูกต้อง
- การ Search ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน กลุ่มผู้ใช้ก็จะมี Keyword ในการค้นหาที่แตกต่างกัน

การทำ Search Engine ควรทำใน 2 ระดับคือ ระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดและวัฒนธรรมท้องถิ่น และระดับโลก/ภูมิภาค ทั้งนี้ ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับ Keyword และการติดตามแนวโน้มตลาดในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็มีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในภาพรวม

Social Media

Wikipedia ได้ให้คำจำกัดความของ Social Media ว่าเป็นการเปิดเสรีด้านข้อมูลข่าวสาร ที่ได้เปลี่ยนโฉมรูปแบบของเว็บไซต์จากการที่เดิมให้ User อ่านเนื้อหาจากเว็บไซต์เป็นการสร้างเนื้อหาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนรูปแบบจากสื่อกลางในการถ่ายทอด (Broadcasting Mechanism) ข้อมูล มาเป็นรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายระหว่างผู้เขียน และผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด สื่อประเภท Social Network หรือ Social Media มีแนวโน้มเติบโตเป็นอย่างมาก

ภาพที่แนบมา


ตัวอย่างสื่อประเภท Social Network หรือ Social Media

ภาพที่แนบมา

Social Network เปิดโอกาสให้คนในชุมชน (User) การเขียนเนื้อหา (Content) ในหน้าเว็บไซต์ของตนเอง โดยหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวจะได้รับการเยี่ยมชมจากคนในชุมชน (User) รวมทั้งสามารถให้คะแนนโหวตได้ซึ่งจะทำให้เจ้าของสินค้าและบริการได้ทราบถึงพฤติกรรมข
องลูกค้าทั้งนี้ คนในชุมชน(User) สามารถนำ (Embed) เนื้อหาที่ชื่นชอบไปใช้ในเว็บไซต์ส่วนตัว ซึ่งสามารถ Link กลับมายังเว็บไซต์หรือ Blog ต้นฉบับได้ ผลการวิจัยพบว่าร้อยละ 30 ของผู้ที่ใช้สื่อประเภท Social Network จะเชื่อข้อมูลจากคนในชุมชนเมื่อถึงเวลาการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ในขณะที่ร้อยละ 10 เชื่อข้อมูลจากการโฆษณา

สำหรับเจ้าของสินค้าและบริการ ควรมีการเพิ่มเนื้อหาด้านการแบ่งปันเนื้อหาด้านความบันเทิง เช่น รูปภาพ วีดีโอ และการเปิดโอกาสให้ดาวน์โหลด เช่น การดาวน์โหลด podcast จะเป็นการเพิ่มความตระหนักและจดจำแบรนด์เพิ่มขึ้น

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสร้าง Social Networking
- การสร้างตัวอย่าง
- การสร้างความน่าสนใจ (Passionate)
- การเคารพสมาชิกในชุมชน
- การให้อิสระในการเขียนเนื้อหาในเว็บไซต์
- การสร้างเอกลักษณ์ให้แก่เว็บไซต์

Blog

เป็นการสื่อสาร แสดงความคิดเห็นและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกลุ่มลูกค้า (User) ในปัจจุบัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ ลูกค้าจะเป็นผู้สร้างเนื้อหาสำหรับ Blog เช่น นักท่องเที่ยวสามารถ แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว ตลอดจนสามารถตอบคำถามเฉพาะด้าน เช่น ประเด็นเรื่องแหล่งท่องเที่ยว สายการบิน ที่พัก อาหาร ปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้ Search Engine จะเข้ามาทำการค้นหาข้อมูลใน Blog ด้วยเช่นกัน เนื่องจากข้อมูลใน Blog จะได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

ภาพที่แนบมาภาพที่แนบมา

Answer Engines

เป็นเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ (User) สามารถเข้าไปตั้งคำถามตามความสนใจ โดยจะมีผู้ใช้ (User) ที่ทราบข้อมูลเข้ามาตอบคำถาม (Post) โดยประเด็นที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งคำถามนั้น ก็จะมีความหลากหลายรวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยปกติจะมีการ Link ข้อความจาก Answer Engines ไปยังการค้นหาโดย Search Engine สำหรับเจ้าของสินค้าและบริการเอง ก็สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของตนเอง เพื่อสร้างความตระหนักและความภักดีต่อแบรนด์ได้เช่นกัน

Authoritative Information Portals

ภาพที่แนบมา

เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเฉพาะเรื่อง โดยเปิดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ตลอดเวลา ตัวอย่างของ Authoritative Information Portals ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ Wikipedia โดยเจ้าของสินค้าและบริการควรมีการตรวจสอบเนื้อหา เกี่ยวกับสินค้าและบริการของตนให้ถูกต้อง ทั้งนี้ เนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวควรมีความเป็นกลาง

เนื่องจาก Authoritative Information Portals มีการให้บริการในหลายภาษา เจ้าของสินค้าและบริการ ควรเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการให้ครบทุกภาษาที่มีให้บริการ ตลอดจนเพิ่ม Link ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่ง Link ดังกล่าวสามารถเพิ่มจำนวนการจราจรไปยังเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ

โทรศัพท์เ์เคลื่อนทีี่่

ภาพที่แนบมา

โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถหลากหลายขึ้น ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ iPhone แบบ 3G ได้ถูกจำหน่ายออกไปถึง 1 ล้านเครื่องภายใน 3 วัน ทั้งนี้โทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว ได้ถูกพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ โดยการเข้าถึง Internet Browser โดย iPhone ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึงร้อยละ 0.09 และมีการดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อใช้กับ iPhone ถึง 10 ล้านครั้ง ภายใน 3 วัน

Website

เว็บไซต์เป็นรูปแบบพื้นฐานของการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านสื่อ Online โดยเว็บไซต์ที่ดีควรนำเสนอในรูปแบบเรียบง่าย (Back to Basic) เช่น หน้าเว็บไซต์ของกลุ่ม Preferred Hotel ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิดที่เรียบง่าย

ภาพที่แนบมา


- กรณีเป็น Web 1.0 ผู้สร้างเว็บไซต์ใช้เนื้อหาและรูปภาพที่สื่อถึงสินค้าและบริการอย่างชัดเจนเป็นรูปธร
รม จากนั้นสร้างความรับรู้ต่อสินค้าและบริการเพื่อสร้างรายได้

- กรณีเป็น Web 2.0 ผู้สร้างเว็บไซต์ควรสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าเพื่อสร้างกระแสความคิดเห็นด้านบวก โดยรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้าและชูความเห็นที่เป็นบวกเพื่อสร้างกระแส นอกจากนี้ ควรสนับสนุนความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้าเพื่อสร้างความภักดีต่อ Brand และเพิ่มการจราจรสู่เว็บไซต์หลัก

ข้อควรคำนึงถึงในการสร้า้งเว็บไซต์

ภาพที่แนบมา
ตัวอย่างหน้าเว็บไซต์ที่มีการติดตั้งเครื่องมือการจอง (Booking Machine) ในพื้นที่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน


- การออกแบบ ควรเลือกใช้การออกแบบที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า เน้นความโดดเด่นของสินค้าและบริการผ่านสื่อ Rich Media และ Flash Animation นอกจากนี้ ควรสร้างเนื้อหาให้รองรับต่อการทำงานของ Search Engine ทั้งนี้ การออกแบบสื่อทางการตลาดอื่นๆ เช่น Off-line Brochure ควรมีรูปแบบที่สอดคล้องกับแนวคิดของการจัดทำเว็บไซต์

- เทคโนโลยีมีการติด ตั้งเครื่อง มือการจอง (Booking Machine) ในพื้นที่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ตลอดจนมีการให้บริการ ด้านเทคโนโลยีอื่น ๆเช่น RSS, การเยี่ยมชมสินค้าและบริการเสมือนจริง (Virtual Tour), Interactive Map

แนวโน้มสื่อทางการตลาด Online ในอนาคต

- Mobile Web

ภาพที่แนบมา


- การออกแบบเว็บไซต์ที่รวมเอากิจกรรมหลาย ๆ อย่างไว้ด้วยกัน เช่น Interactive Map, Forum, Photo Gallery

ภาพที่แนบมา


- Web TV

ภาพที่แนบมา


******************************************************************



"ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก e-TAT Tourism Journal"

ภาพที่แนบมา



Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 15th December 2019 - 18:11
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys