IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ, วัฒนธรรมประเพณีจังหวัดนครศรีธรรมราช
อี๊ดคุง
โพสต์ Jul 31 2008, 23:19
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ


ประวัติ / ความเป็นมา
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจนำผ้าลักษณะเป็นแถบยาวนับร้อยเมตร และพากันแห่ผ้าดังกล่าวไปยังวัดพระมหาธาตุมหาวิหาร และใช้ผ้าแถบนั้นไปพันรอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวนครศรีธรรมราชและชาวใต้

สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นประเพณีที่รับมาจากอินเดียเหมือนกับประเพณีอื่นๆ คือ ในสมัยก่อนพุทธกาล ชาวอินเดียส่วนใหญ่มีความเชื่อในสิ่งเหนือจริง โดยเฉพาะศาสนาฮินดู หรือศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าทั้งหลาย ดังนั้นการบูชาทุกสิ่งทุกอย่างของชาวฮินดูก็จะต้องนึกถึงเทพเจ้าก่อนอื่น และการบูชาที่ดีที่สุดเพื่อให้ถูกใจเทพเจ้าก็คือ การเซ่นสรวงบูชากราบไหว้เทพเจ้า ซึ่งต่อมาได้เป็นวัตรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

ครั้นในสมัยพุทธกาล คำสอนของพระพุทธองค์มุ่งจะทำลายความเชื่อมั่นที่ไม่เป็นสาระ แต่ไม่อาจลบล้างการเซ่นสรวงลงไปได้ทันทีทันใด เพราะชาวพุทธส่วนใหญ่เคยนับถือศาสนาฮินดู เช่น การบูชาเทพเจ้าประจำต้นไม้ เพื่อให้ประทานโชคลาภ ความสงบสุข ประทานบุตร และพืชผลให้แก่ตน โดยการกราบไหว้บูชา และการหาผ้าแพรพรรณมาพันรอบต้นไม้ ก็ยังคงปฏิบัติสืบกันมา วัตรปฏิบัติของชาวพุทธที่เคยเป็นพราหมณ์มาก่อน มีอิทธิพลต่อชาวพุทธสมัยต่อมาที่นิยมปฏิบัติตามประเพณีและความเชื่อเดิม

ดังนั้น ประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุของเมืองนครศรีธรรมราช จึงน่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ เพราะเมืองนครศรีธรรมราชรับเอาประเพณีต่างๆ มาจากอินเดีย และยึดถือว่าการทำบุญหรือกราบไหว้บูชาที่ให้ได้กุศลจริงๆ จะต้องปฏิบัติต่อพระพักตร์ของพระพุทธองค์ เช่น เจดีย์ พระพุทธรูป การกราบไหว้บูชาสิ่งเหล่านี้ก็เท่ากับกราบไหว้พระพุทธองค์ด้วย และการที่ชาวนครศรีธรรมราชนำเอาผ้าไปบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ โดยการพันรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ก็ถือว่าเป็นการบูชาที่สนิทแนบกับพระพุทธองค์เช่นกัน

แต่ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุที่ปฏิบัติกันที่เมืองนครศรีธรรมราชนั้น ไม่สามารถทราบแน่ชัดว่ามีขึ้นครั้งแรกเมื่อใด แต่เท่าที่ปรากฏหลักฐานในตำนานพระธาตุ กล่าวคือ ประมาณ พ.ศ. 1773 พระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้าศรีธรรมมาโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังเตรียมการสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์อยู่นั้น คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบใหญ่ยาวผืนหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนเรื่องพุทธประวัติ อันเรียกว่า “พระบฏ” ขึ้นทีชายหาดปากพนัง เมืองนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะถึงวันสมโภชพระบรมธาตุไม่มากนัก ชาวปากพนังได้เก็บผ้านั้นไปถวายพระเจ้าศรีธรรมมาโศกราช พระองค์ได้รับสั่งให้ซักผ้า “พระบฏ” จนสะอาด แต่ลายเขียนภาพพุทธประวัติไม่ลบเลือน ยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการ จึงสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธกลุ่มหนึ่งจำนวนราวร้อยคน จากเมืองอินทรปัตมีผะขาวอริยพงษ์เป็นหัวหน้า จะเดินทางไปลังกาเพื่อนำผ้าพระบฏไปบูชาพระพุทธบาทในลังกา แต่ถูกพายุพัดเรือแตกมาขึ้นทีฝั่งเมืองนคร มีคนรอดชีวิตราวสิบคน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงพิจารณาเห็นว่าควรนำผ้าพระบฏนั้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุ เจ้าของผ้าพระบฏซึ่งรอดชีวิตก็ยินดี ต่อมาจึงเกิดเป็นภารกิจประจำปีของกษัตริย์และเจ้าเมืองนครทุกสมัย ในอันที่จะต้องจัดให้มีการสมโภชพระบรมธาตุ และแห่แหนพระบฏขึ้นห่มพระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครฯ เพื่อเป็นพุทธบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์พระมหากษัตริย์หรือเจ้าเมือง ตลอดจนพลเมืองและพืชพันธุ์ธัญญาหาร ซึ่งชาวเมืองผู้เป็นพุทธศาสนิกชนก็นิยมศรัทธาร่วมด้วยอย่างแข็งขันคับคั่งทุกปี ต่อมากลายเป็นธรรมเนียมประเพณี เป็นสัญลักษณ์เมืองนครฯ ทั้งนี้เพราะว่ามีกระทำอยู่ที่นี่ที่เดียว

ธรรมเนียมหรือประเพณีเจ้าเมืองแห่พระบฏขึ้นธาตุที่กล่าวนี้ แม้ในรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นระยะที่เจ้าเมืองนครฯ ถูกลดศักดิ์ลดฐานะ ที่ปรากฏเป็นหลักฐานก็เมื่อตอนลดฐานะจากกษัตริย์เมืองขึ้นเป็นเจ้าเมือง ในสมัยรัชกาลที่ 2 และครั้งจัดระบบปกครองหัวเมืองใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พร้อม ณ นคร) เป็นเจ้าเมือง ท่านผู้นี้เป็นเจ้าเมืองทั้งในระบบเก่า และต่อเนื่องมาเป็นผู้ว่าราชการคนแรกในระบบใหม่ของเมืองนครศรีธรรมราช ตลอดเวลาที่ท่านเป็นเจ้าเมืองทั้งสองระบบ จนกระทั่งเกษียนอายุและถึงอนิจกรรม ในที่สุด ท่านแห่ผ้าขึ้นธาตุสืบธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด และเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนใกล้ไกลเข้าร่วมอย่างคับคั่งเอิกเกริกทุกปีเสมอมา

พระเถระผู้ใหญ่ของเมืองนครศรีธรรมราชหลายท่านเล่าว่า ขบวนแห่ผ้าขึ้นธาตุของเจ้าคุณนครฯ (พร้อม ณ นคร) นอกจากผ้าอันเป็นประธานแล้วยังมีสำรับคาวหวาน และกระบุงกระจาดตกแต่งด้วยของสดของแห้งปักธงผ้าสีเล็กๆ ทูนหัวหาบคอนร่วมขบวนดูสวยงามเป็นแถวยาวเหยียด เพื่อไปถวายพระภิกษุสงฆ์ในวัดพระบรมธาตุโดยวิธีสลากภัตด้วย

เมื่อเจ้าคุณนครฯ สิ้นบุญแล้ว ทายาทของท่านเจ้าคุณยังสืบประเพณี “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ต่อมาอีกหลายปี แม้จะทำโดยนัยสืบธรรมเนียมตระกูล โดยบ้านเมืองไม่ร่วมมือสนับสนุนเหมือนสมัยก่อนพุทธศาสนิกชนชาวนครฯ ก็ยังสมทบด้วยศรัทธาเสมอมา การแห่ผ้าขึ้นธาตุโดยนัยสืบธรรมเนียมตระกูลของทายาทอดีตเจ้าเมืองนครที่เลิกทำไป หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2475 นี้เอง ผู้คุ้นเคยไปมาหาสู่ “ท่านกลาง” ทายาทคนหนึ่งของท่านเจ้าคุณเล่าว่า ที่ห้องเก็บของบ้านท่านกลาง ยังมีสาแหรก ไม้คาน ไม้คอน กระจาด กระบุง และสิ่งของที่ใช้ในการแห่ผ้าขึ้นธาตุเก็บรักษาอยู่เป็นอันมาก

กำหนดงาน
ตามประวัติมีการจัดเป็นประจำทุกปี แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ากระทำวันไหน ในสมัยรัชกาลที่ 4 ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุมี 2 วัน กล่าวคือ มีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (ในวันมาฆบูชา) และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (ในวันวิสาขบูชา) แต่ในปัจจุบันจะกระทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหมือนในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ได้เพิ่มเติมอีกตามโอกาสที่เห็นสมควร เช่น โอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และที่ 6 เสด็จเมืองนครฯ เป็นต้น
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival

กิจกรรม
ผ้าพระบฏที่ใช้ส่วนใหญ่เขียนเรื่องพุทธประวัติ เมื่อเขียนภาพแล้วประดับพระบฎด้วยลูกปัดสีต่างๆ ที่ขอบผ้าแถบโดยตลอดทั้งผืน แต่ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนไป เวลาว่างมีน้อย หรืออาจเป็นเพราะไม่มีช่างผู้ชำนาญ จึงทำให้การประดับประดาและการเขียนภาพที่พระบฏสูญหายไป และผ้าที่ใช้กันทุกวันนี้มีเพียง 3 สี คือ สีขาว แดง เหลือง ภัตตาหารและเครื่องอุปโภคบริโภค ที่เคยจัดไปถวายพระภิกษุสงฆ์ตอนแห่ผ้าขึ้นธาตุในปัจจุบันก็ไม่มี

นอกจากนี้แต่เดิมการแห่ผ้าขึ้นธาตุกระทำกันโดยพร้อมเพรียง เป็นขบวนเอิกเกริกเพียงขบวนเดียว แต่ปัจจุบันประชาชนที่มาร่วมงานมาจากหลายแห่ง แต่ละคนก็จะเตรียมผ้ามาเอง ทำให้เกิดความไม่พร้อมเพรียงในขบวนเดียวกัน หมายความว่า ใครต้องการแห่ผ้าขึ้นธาตุก็ทำได้สะดวก

เมื่อขบวนมาถึงวัดมหาธาตุฯ จะทำการเวียนประทักษิณรอบพระบรมธาตุ 3 รอบ แล้วนำผ้าพระบฏเข้าสู่วิหารพระม้าหรือวิหารพระทรงม้า และผู้ที่ร่วมมากับขบวนจะส่งผู้แทนเพียง 3-4 คน สมทบไปกับเจ้าหน้าที่ของวัด นำผ้าพระบกขึ้นไปโอบรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะทางวัดได้กำหนดให้ลานภายในกำแพงแก้วเป็นเขตหวงห้าม เมื่อนำผ้าพระบฏไปโอบล้อมองค์พระบรมธาตุเรียบร้อยแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช และชาวเมืองอื่นทั้งใกล้ไกล โดยยึดถือเอาพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นเสมือนพระพุทธองค์ ประชาชนจึงมุ่งหมายมาสักการะจากทั่วสารทิศ ประกอบกับระยะดังกล่าวเป็นระยะที่เก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จแล้ว ประชาชนจึงมุ่งหมายมาสักการะจากทั่วสารทิศ ประกอบกับระยะที่เก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จแล้ว ประชาชนจึงมุ่งไปทำบุญ เพื่อความสงบสุขแห่งครอบครัว และความเจริญของพืชผลปีต่อไปตามคตินิยมที่มีมาแต่โบราณ ด้วยเหตุนี้ในวันแห่ผ้าขึ้นธาตุแต่ละปีจึงมีประชาชนไปร่วมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้อาจเป็นเพราะทุกคนถือว่า พระบรมธาตุเป็นจุดรวมแห่งความอยู่รอดของตนและสังคมด้วย

ความเปลี่ยนแปลงของประเพณีนี้ ในปัจจุบันไม่มีการเขียนรูปพุทธประวัติ เนื่องจากช่างที่เขียนให้โดยหวังกุศลไม่คิดค่าจ้างหมดไป ถ้าจะเป็นพระบฏให้ถูกต้องตามคติโบราณก็ต้องจ้างด้วยราคาแพงซึ่งประเพณีก็เปลี่ยนจาก “แห่ผ้าพระบฏขึ้นธาตุ” เป็น “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ซึ่งก็คงเนื่องจากไม่มีพระบฏดังกล่าวแล้ว และในการแห่แหนก็มีแต่เพียงช่วยกันจับชายผ้า เทินผ้าไปตามถนนเป็นขบวน ไม่มีสำรับอาหาร ไม่มีกระบุง กระจาดของสดของแห้ง บางกลุ่มมีการตั้งขบวนเดินเข้าสู่วัดมหาธาตุฯ อย่างเงียบๆ พอเป็นพิธี บางขบวนมีทายกทายิการ่วมแห่แหนมากมาย บ้างก็มีเครื่องประโคม มีการร่ายรำนำขบวนอย่างเอิกเกริก ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ บางอย่างอาจจะเป็นสิ่งธรรมดา เพราะแก่นหรือสาระไม่เปลี่ยนไป แต่บางอย่างเป็นสาระได้เปลี่ยนแปลงไป เช่น การไม่มีสำรับของสดของแห้งเช่นแต่ก่อน น่าจะต้องมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะให้คงไว้ซึ่งสาระสำคัญ อันเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีนี้ให้คงอยู่ตลอดไป



ที่มา http://thai.tourismthailand.org/festival-e...-80-2435-1.html

ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช

Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 24th September 2019 - 16:32
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys