IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> ประเพณีกินผัก จ.ภูเก็ต, วัฒนธรรมประเพณีจังหวัดภูเก็ต
อี๊ดคุง
โพสต์ Aug 3 2008, 22:15
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ประเพณีกินผัก จ.ภูเก็ต


ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) จังหวัดภูเก็ต 2551 ระหว่าง วันที่ 28 กันยายน - 07 ตุลาคม 2551

ประวัติ / ความเป็นมา
ประเพณีกินเจในภาคใต้ของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงมาก มีจัดอยู่ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดตรังและจังหวัดภูเก็ต โดยชาวภูเก็ตเรียกพิธีกินเจนี้ว่า “กินผัก หรือ กินเจ” ซึ่งก็คืออย่างเดียวกัน

เชื่อกันว่าประเพณีกินเจเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในภาคใต้ของไทยจนเมื่อมีจำนวนมากขึ้น งานประเพณีดังกล่าวซึ่งทำสืบเนื่องมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ จึงกลายเป็นประเพณีสำคัญขึ้นและเป็นที่นิยมปฏิบัติของคนทั่วไป

ประวัติประเพณีกินเจ มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อครั้งพุทธกาลพระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ รัตนสถานแดนสุขาวดี ได้ตรัสตอบพระโพธิสัตว์มัญชุศรีว่า ดาวพระเคราะห์ทั้ง 7 มีแสงสว่างรุ่งเรืองในเทวพิภพ พร้อมกับประกายพระโพธิสัตว์อีก 2 องค์ รวมเป็น 9 องค์ คือ พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ ปรากฏเป็นพระอาทิตย์ จีนเรียกว่า ไท้เอี้ยงแซ พระศรีรัตนโลกประภาโฆษอิศวรพุทธะ ปรากฏเป็นพระจันทร์ จีนเรียกว่า ไท้อิมแซ พระเวปุลลรัตนโลกสุวรรณพุทธะ ปรากฏเป็นดาวอังคาร จีนเรียกว่า ฮวยแซ พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะปรากฏเป็นดาวพุธ จีนเรียกว่า จุ้ยแซ พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ ปรากฏเป็นดาว พฤหัสบดี จีนเรียกว่า บักแซ พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ ปรากฏเป็นดาวศุกร์ จีนเรียกว่า กินแซ พระเวปุลลจันทร์โลกไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ ปรากฏเป็นดาวเสาร์ จีนเรียกว่า โท้วแซ ทั้ง 7 องค์เป็นพระพุทธเจ้าในอดีต และมีพระโพธิสัตว์อีก 2 องค์ คือ พระศรีสุขโลกปัทมครรภอลังการโพธิสัตว์ ปรากฏเป็นดาวราหู จีนเรียกว่า ล่อเกาแซ และพระศรีเวปุลลสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์ ปรากฏเป็นดาวเกตุ จีนเรียกว่า โกยโต้วแซ และเทพเจ้าทั้ง 9 องค์ เรียกว่า เก็าอ๊วง หรือ กิ๋วอ๊วง โดยเทพทุกองค์ถือกำเนิดมาเป็นมนุษย์ตามวันนั้นๆ

กำหนดงาน
ประเพณีกินเจในภาคใต้ ทั้งของจังหวัดตรังและจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นในช่วงเดือน 9 ตามปฏิทินจีน (ประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม) โดยเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 – 9 ค่ำ ในทุกปี ปีนี้ตรงกับวันที่ วันที่ 28 กันยายน - 07 ตุลาคม 2551 สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival


กิจกรรม / พิธี
กิจกรรมส่วนใหญ่เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าของวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน โดยชาวบ้านผู้ศรัทธาจะมาช่วยกันทำความสะอาดเช็ดถูศาลเจ้า หรือที่ชาวภูเก็ต เรียกว่า “อ๊าม” จุดไม้จันทน์กำยานเพื่อเตรียมรับการเสด็จของเทพเจ้าทั้ง 9 องค์ คือ “เก็าอิ้วอ๋อง” ส่วนในช่วงบ่ายเป็นพิธียกเสาลำไผ่ขนาดใหญ่ซึ่งเรียกว่า “เสาโกเต๊ง” หรือ “เสาเต็งกอ” สำหรับแขวนตะเกียง 9 ดวง ซึ่งจะเริ่มขึ้นตามฤกษ์ยาม คือ ตอนเที่ยงคืนมีการประกอบพิธีอัญเชิญยกอ๋องฮ่องเต้ ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์ประธานขึ้นที่ศาลเจ้า และอัญเชิญเทพทั้งเก้ามาเป็นเทพประจำพิธี พร้อมกับจุดตะเกียงน้ำมันเก้าดวงชักแขวนไว้ปลายเสาโกเต๊ง ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์สถิตไว้ตลอดเทศกาลกินเจ

ตลอด 9 วัน 9 คืน ของงานเทศกาล ผู้ศรัทธาจะสละกิจโลกียวัตร บำเพ็ญสมาธิ ถือมังสวิรัติบริโภคแต่ผักผลไม้ งดบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งผักประเภทหอม กระเทียม และผักซึ่งมีกลิ่นฉุนบางชนิด

หลังจากที่อัญเชิญเทพทั้ง 9 องค์เข้าประทับในศาลเจ้าแล้วก็มีพิธีสวดมนต์ทุกวัน วันละ 3 ครั้งตลอดเทศกาล รวมทั้งมีการอ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมกินเจต่อหน้าแท่นบูชา และทุกคืนก็มีพิธีเดินธูปโดยการนำของ “ร่างทรง หรือ ม้าทรง” ซึ่งร่างทรงหรือม้าทรงดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากเทพเจ้ามาประทับร่างทรง และกระทำทุกอย่างในพิธีโดยผ่านร่างทรงหรือม้าทรง ซึ่งบุคคลผู้จะเป็นม้าทรง หรือร่างทรงได้ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ และเหมาะสมโดยร่างทรงดังกล่าวจะแสดงบุคลิกลักษณะของเทพเจ้าองค์นั้นๆ เช่น ไถเซี้ย เห้งเจีย หรือเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น และถืออาวุธประจำองค์เทพเจ้าแตกต่างกันออกไป โดยขณะประทับร่างทรงก็แสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ เช่น ใช้ดาบหรือขวานฟันหลังเป็นแผลไม่ลึกนัก ใช้ลูกตุ้มเหล็กเหวี่ยงให้ถูกร่างกาย ใช้มีดหรือดาบตัดลิ้นให้เลือดไหล แล้วเขียนกระดาษหรือผ้า เรียกว่า ”ฮู้” โดยร่างทรงไม่แสดงอาการเจ็บปวด เหมือนว่าเทพเจาเหล่านั้นรับความเจ็บปวดแทนร่างทรง กล่าวกันว่าหลังจากการตัดลิ้นไม่นานก็สามารถต่อลิ้นให้ติดได้ดังเดิม

คืนวันขึ้น 3 ค่ำ มีพิธีล้างเกี้ยวขจัดสิ่งอัปมงคล วันต่อมาจึงเป็นพิธีเบิกศาสตราวุธ ทดสอบก่อนเข้าสู่พิธีในวันรุ่งขึ้น อันตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ ซึ่งมักเป็นวันที่เทพเจาประสงค์ออกโปรดสัตว์ กรรมการศาลเจ้าจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าจะออกไปวัดใดและไปที่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่วงเช้า ศาลเจ้าใดมีม้าทรงหรือร่างทรงมาก ขบวนแห่ก็จะยาวมีเทพเจ้าเป็นร้อยๆ องค์ ขบวนประกอบด้วยธงทิว รถนำ รถตาม ขบวนเกี้ยวเล็กเกี้ยวใหญ่ ขบวนโหลก๊อฉ่า ได้แก่ ฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ ไท้ โล่ และกลอง เป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน สลับกับเกี้ยวเป็นตอนๆ ซึ่งอาจทำให้ขบวนยาวเป็นกิโลเมตร

ก่อนเคลื่อนขบวนเทพเจ้าจะเข้าร่างประทับทรงแต่งองค์ทรงเครื่องครบถ้วน ถืออาวุธครบมือพร้อมพี่เลี้ยงหรือผู้ติดตามองค์ละอย่างน้อย 1 คน ในขบวนมีเกี้ยวอัญเชิญหุ่นพระจีน ซึ่งมีคนหามเกี้ยวขนาดเล็กอย่างน้อยเกี้ยวละ 4 คน ส่วนเกี้ยวใหญ่มีคนหามไม่น้อยกว่า 10 คน ผู้หามเกี้ยวจะเอาผ้าโพกหัวเอาสำลีอุดหูไว้กันเสียงประทัดตลอดเส้นทางเดินโปรดสัตว์ ซึ่งมีระยะทางไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ตลอดทางจะมีผู้ศรัทธาตั้งโต๊ะหมู่บูชา โดยจัดผลไม้ ขนม น้ำชา ไว้ถวาย เมื่อเทพเจ้าในร่างม้าทรงเดินผ่านจะเข้าไปรับของถวาย เทพเจ้ารับแล้วส่งต่อให้ผู้อื่น หรือใครก็ตาม ผู้ที่ศรัทธาเชื่อว่าเป็นสิ่งอันเป็นมงคลยิ่งควรแก่การปิติยินดีในเทศกาลกินเจ การแสดงออกอย่างหนึ่งของผู้ศรัทธาคือการจุดประทัดเป็นชุดยาวเป็นแพ โดยหย่อนให้ประทัดระเบิดบนเกี้ยว

ในการออกโปรดสัตว์ของเทพองค์ต่างๆ ยังมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของม้าทรงกับอาวุธประจำกาย เช่น เอาเข็มแทงทะลุปาก เอามีดฟันตามร่างกาย เป็นต้น แต่สิ่งที่เป็นจุดสนใจของผู้ร่วมงานมากที่สุด คือ การไต่บันไดมีด และการลุยไฟ การลุยไฟนั้นนอกจากร่างทรงเทพแล้ว ผู้ที่กินเจถึงขึ้น “เช้ง” สามารถเดินลุยไฟได้ถือว่าเป็นการเผาผลาญสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย และจะไม่มีแผลพุพองใดๆ

ในวันสุดท้ายของการกินเจทางศาลเจาจะจัดพิธี “โก๊ยห่าน” อันเป็นพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับผู้ศรัทธา โดยผู้ที่ไม่กินเจก็สามารถเข้าร่วมพิธีนี้ได้ และทางศาลเจ้าอาจจัดเป็นเอกเทศจากการกินเจได้นอกจากนี้ก็มีการปล่อยปลา ปล่อยนก ทำบุญตักบาตร และสุดท้ายเป็นการส่งพระกลับสู่สรวงสวรรค์แต่ก่อนการส่งพระกลับ ที่ศาลเจ้าจะทำพิธีซงเก๊ง คือ การสวดมนต์ อ่านรายชื่อผู้ศรัทธาและร่วมกินเจ รวบรวมธูปเผาพร้อมกระดาษทองในวันทำพิธีส่งกิ๋วอ๋องไต่เต่ วันส่งพระช่วงกลางคืนมีขบวนแห่ ผ่านไปทางไหนตลอดทางมีโต๊ะเครื่องถวายเทพเจ้า เมื่อพระจีนในร่างทรงผ่านไปถึงจะจุดประทัดถวายมากน้อยตามกำลังเงิน

วันที่ 10 ของเทศกาล เป็นพิธีลดเสาโกเต๊ง คานไม้ไผ่ที่ยกไว้ปลายเสาตั้งแต่วันแรกของ เทศกาลผู้ศรัทธาจะได้รับวัตถุมงคล และอัญเชิญหุ่นพระจีนที่นำประดิษฐานในศาลเจ้ากลับคืนเคหสถาน

ประเพณีการกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน นั้น แสดงออกถึงศรัทธาของประชาชนผู้ร่วมงาน และเป็นการแสดงถึงความมีจิตเมตตาของผู้ร่วมประเพณีกินเจ


ที่มา http://thai.tourismthailand.org/festival-e...-83-2481-1.html

ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 27th March 2017 - 19:31
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys