IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> ดำน้ำจังหวัดภูเก็ต, กิจกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
อี๊ดคุง
โพสต์ Aug 4 2008, 11:05
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ดำน้ำจังหวัดภูเก็ต



ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีจุดดำน้ำลึกที่น่าสนใจอีกจังหวัดหนึ่ง นักดำน้ำสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ดำน้ำจากร้านที่มีอยู่มากมายบริเวณป่าตอง เลือกซื้อทัวร์ดำน้ำหลากหลายรายการ และสำรวจทะเลภูเก็ตตามเกาะน้อยใหญ่ด้านตะวันออกและด้านใต้

หมู่เกาะราชา เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต ประกอบด้วยเกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย จุดดำน้ำของเกาะราชาใหญ่อยู่ที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเกาะ พื้นทะเลลาดลงจากระดับ 30 ฟุตลงไป ถึง 65 ฟุต มีแนวปะการังแข็งปกคลุม แต้มด้วยปลาดาวขนนกสีสด ส่วนเกาะราชาน้อย จุดดำน้ำอยู่ที่หัวเกาะด้านเหนือ ที่ความลึก 30-90 ฟุต เป็นดงปะการังอ่อน ที่เป็นที่อยู่ของฝูงปลานานาชนิด และเป็นจุดที่สามารถพบปลากบได้ด้วย

เกาะดอกไม้ อยู่ระหว่างเกาะพีพี และเกาะภูเก็ต ผาด้านหนึ่งของเกาะดอกไม้ดิ่งลงจนถึงความลึก 80 ฟุต ในหน้าผานี้เองที่เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ทะเลนานาชนิด ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ปลาดาวขนนก หอยมือหมี ฟองน้ำ ปลาไหลมอร์เรย์ ปลามง ฝูงปลาสาก

หินหมูสังนอกและหินหมูสังใน เป็นที่รู้จักในหมู่นักดำน้ำชาวต่างชาติในชื่อ Anemone Reef และ Shark Point หินหมูสังนอก เป็นดงของดอกไม้ทะเลและปะการังอ่อนที่เกาะหินใต้น้ำเป็นผืน ที่ความลึก 20 ฟุต ลงไปจนถึง 80 ฟุต หินหมูสังใน เป็นจุดดำน้ำที่มีความหลากหลายของสัตว์ทะเลสูงทั้งปะการัง กัลปังหา ฟองน้ำ ปลาเก๋า ปลาผีเสื้อ ปลาสิงโต รวมถึงฉลามกบ

เรือจมคิงส์ครุยเซอร์ เป็นเรือเมล์ที่วิ่งระหว่างเกาะภูเก็ตและเกาะพีพี ได้จมลงบริเวณหินหมูสัง ที่ความลึกราว 80 ฟุต ปัจจุบันกลายเป็นบ้านใหม่ให้ฝูงปลามากมาย นักดำน้ำสามารถลัดเลาะไปตามชั้นต่าง ๆ ของเรือได้

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวง 35 ธนบุรี-ปากท่อ ไปยังราชบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดระนอง พังงา แล้วข้ามสะพานสารสินเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต รวมระยะทาง 862 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ไปภูเก็ตทุกวัน บริษัท ภูเก็ต เซ็นทรัล จำกัด โทร. 0 2435 5019 บริษัท ภูเก็ตท่องเที่ยว จำกัด โทร. 0 2435 5018


ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

Go to the top of the page
 
+Quote Post
อี๊ดคุง
โพสต์ Aug 25 2008, 17:36
โพสต์ #2


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ฝูงบินปะการังเพื่อทะเล


กองทัพอากาศร่วมเป็นเจ้าภาพในโครงการ "ฝูงบินปะการังเพื่อทะเล"

ภาพที่แนบมา


กองทัพอากาศร่วมเป็นเจ้าภาพในโครงการ "ฝูงบินปะการังเพื่อทะเล" ที่จะเป็นประโยชน์ต่อความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ของ ประเทศไทย

การดำเนินการในส่วนของกองทัพอากาศ นั้น ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับ จัดเตรียมอากาศยานที่ปลดประจำการแล้ว จำนวน ๑๐ เครื่อง ได้แก่ เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ (C – 47) ซึ่งเราคุ้นเคยในชื่อของ “ดาโกต้า” (DAKOTA) จำนวน ๔ เครื่อง และ เฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๔ ก หรือ เอส ๕๘ ที (S – 58 T) จำนวน ๖ เครื่อง ซึ่งอากาศยานทั้ง ๑๐ เครื่องนี้ จะถูกจัดวางในพื้นที่ที่กำหนด บริเวณอ่าวบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ชึ่งเป็นพื้นที่ทรายโล่ง ห่างจากชายฝั่งประมาณ ๑ กิโลเมตร มีระดับน้ำลึกประมาณ ๑๕ – ๒๐ เมตร สำหรับประวัติความเป็นมาของอากาศยานทั้งสองแบบ รวมทั้งการดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องของกองทัพอากาศ มีสาระสำคัญที่ผมขอเรียนเป็นข้อมูลแก่พี่น้องสื่อมวลชน ดังนี้

ภาพที่แนบมา


เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ หรือ ดาโกต้า
เป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง ที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศ ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร จากประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๐ มีจำนวนทั้งสิ้น ๕๕ เครื่อง โดยกองทัพอากาศ ได้กำหนดให้เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ มีภารกิจเกี่ยวกับ การลำเลียง และส่งกลับ รวมทั้งการลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ นับได้ว่าเป็นเครื่องบินที่ใช้งานนานที่สุดของกองทัพอากาศ ถึง ๔๔ ปี ระหว่างประจำการได้สร้างวีรกรรม และชื่อเสียงให้กับกองทัพอากาศอย่างมากมาย เช่น การเข้าร่วมกับสหประชาชาติ เพื่อปฏิบัติการในสงครามเกาหลี และสงครามเวียดนาม, ได้ดัดแปลงมาใช้ในการบินปฏิบัติการทำฝนหลวง ตามโครงการพระราชดำริ และเกียรติประวัติสูงสุดสำหรับเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ นี้ คือ เป็นเครื่องบินลำเลียงแบบแรก ที่กองทัพอากาศจัดถวายเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง

เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนปลดประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งภายหลังจากปลดประจำการแล้ว กองทัพอากาศยังได้นำเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ จำนวน ๘ เครื่อง มาดำเนินการดัดแปลงเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ ก หรือ BT – 67 โดยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและเปลี่ยนเครื่องยนต์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจทำฝนหลวงมาจนถึงทุกวันนี้

ภาพที่แนบมา


เฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๔ ก หรือ SIKORSKY “S – 58T”
เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่กองทัพอากาศได้ดัดแปลงมาจาก เฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๔ โดยปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเครื่องยนต์ลูกสูบ มาเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์จำนวนทั้งสิ้น ๒๐ เครื่อง และเข้าประจำการในกองทัพอากาศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒ ถึงปี พ.ศ.๒๕๔๒ โดยใช้เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทางอากาศยุทธวิธี ปฏิบัติภารกิจขนส่งทางอากาศ, การค้นหาและช่วยชีวิต และสนับสนุนการรบ อาทิ การปราบปรามผู้ก่อการร้าย การปฏิบัติการจิตวิทยาทางอากาศ เกียรติประวัติสูงสุดนอกเหนือจากภารกิจหลักของเฮลิคอปเตอร์ตระกูลนี้ คือ เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบแรก ที่กองทัพอากาศจัดถวายเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง

สำหรับการเตรียมการเกี่ยวกับอากาศยานทั้ง ๑๐ เครื่อง นั้น กองทัพอากาศ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ โดยที่อากาศยานดังกล่าว เป็นการได้รับมาโดยความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐอเมริกา จึงได้ประสานขอไม่คืนซากเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ทั้ง ๑๐ เครื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติแล้ว กองทัพอากาศจึงดำเนินการทำให้อากาศยานดังกล่าวพ้นสภาพการใช้งานทางทหาร และได้ทำความสะอาด พร้อมทั้งถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์บางอย่าง ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล เช่น สายไฟ และสายสลิง ซึ่งพลาสติกที่ห่อหุ้มจะเปื่อยยุ่ย และทองแดงภายในจะแตกเป็นสารละลายโลหะหนัก สายและชุดไฮโดรลิก ซึ่งน้ำมันหรือจารบีภายในจะซึมออกสู่น้ำทะเลได้ ฟูกที่บุผนังหรือแผ่นยางและแผ่นไฟเบอร์ต่าง ๆ จะเปื่อยยุ่ยกลายเป็นขยะ ซึ่งอาจถูกสัตว์กินเข้าไปก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งยังได้ถอดกระจกและประตู รวมทั้ง ลบ ขัด จุดมีคมที่จะเป็นอันตรายต่อนักดำน้ำด้วย

ส่วนการขนย้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ ได้ถอดแยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ของอากาศยาน เพื่อสะดวกสำหรับคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยขบวนรถขนย้ายจะออกเดินทางจาก กองบิน ๒ จังหวัดลพบุรี ในเย็นวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๑และเมื่อเดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ในวันที่ ๒๐ เมษายน แล้ว เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศจะดำเนินการประกอบอากาศยาน เพื่อให้สามารถนำเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๔ ก เครื่องแรก จัดวางในพื้นที่ที่กำหนด ในวันที่ ๒๔ เมษายน และเครื่องสุดท้ายจะจัดวางในวันที่ ๕ พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นวันเปิดโครงการ “ฝูงบินปะการังเพื่อทะเล”

แม้เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ และเฮลิคอปเตอร์แบบที่ ๔ ก จะได้สิ้นสุดภารกิจทางทหารไปนานแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่า เขาเหล่านั้น พร้อมแล้วสำหรับภารกิจใหม่ สำหรับประเทศชาติในการ ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูธรรมชาติใต้ทะเลไทย ให้สมบูรณ์ สวยงาม เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้


ที่มา http://www.rtaf.mi.th/rtafnews/rtafnewsdetail.asp?id=994

ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
Go to the top of the page
 
+Quote Post
อี๊ดคุง
โพสต์ Nov 26 2008, 20:59
โพสต์ #3


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ฝูงบินปะการัง พร้อมทะยานสู่ท้องทะเล


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ภาพที่แนบมา


มูลนิธิเพื่อทะเล จับมือกับหน่วยงานทางภาครัฐและเอกชนร่วม “โครงการฝูงบินปะการังเพื่อทะเล” เพื่ออนุรักษ์พัฒนาปะการัง หวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น

งานครั้งนี้ ได้ใช้เวลาเตรียมการมามากกว่า 3 ปีแล้ว แต่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลน นากีส ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการ ปัจจุบันนี้เครื่องบินทั้ง 10 ลำ ได้ถูกจัดเก็บบริเวณ อ่าวมะนาว จ.ภูเก็ต และเตรียมขนย้ายระหว่างวันที่ 21-22 พย. 2551

ในวันที่ 29 พย. 2551 นี้เป็นงานเปิดพิธีการวางเครื่องบินลำสุดท้าย ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้อย่างมาก เนื่องจากเครื่องบินทั้ง 10 ลำล้วนมีประวัติที่ผ่านร้อนผ่านหนาวรับใช้ชาติมายาวนาน ซึ่งโครงการนี้จึงถือเป็นการนำเครื่องบิน ที่เคยเป็นวีรบุรุษของวงการบินไทย กลับมาใช้ชาติอีกครั้งหนึ่ง

วิทเยนทร์ มุตตามระ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเพื่อทะเล กล่าวว่า เนื่องจากคลื่นยักษ์สึนามิได้ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ทำให้แนวปะการังธรรมชาติได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายไปด้วย

มูลนิธิเพื่อทะเลจึงคิดสร้างแนวปะการังเทียมขึ้น ซึ่งได้เลือกเครื่องบิน จำนวน 10 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน ดาโกต้า รุ่น ซี 47 จำนวน 4 ลำ และเครื่องบิน ปีกหมุน Helicopter รุ่น เอส 58 ที จำวนว 6 ลำ อีกทั้งเครื่องบินยังเป็นอลูมิเนียมและเป็นวัสดุที่มีความคงทนต่อน้ำทะเล ไม่ก่อให้เกิดพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพราะว่าเครื่องบินไม่ขึ้นสนิม

ซึ่งถ้าใช้วัสดุอื่นอย่างเช่นประเภทไม้มันก็จะไม่คงทน และอีกทั้งเครื่องบิน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสน้ำมากนัก และยังช่วยแบ่งเบาจำนวนนักท่องเที่ยว และนักดำน้ำที่ไปดำน้ำในจุดดำน้ำธรรมชาติให้น้อยลงไปได้ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวทวิทยาทางทะเลอีกด้วย

ทางด้าน สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด นั้นมีนโยบายมุ่งเน้นในเรื่องการช่วยเหลือสังคมและตอบแทนสังคม

ซึ่งในโอกาสนี้บริษัทจึงได้ร่วม “โครงการฝูงบินปะการังเพื่อทะเล” นำเครื่องบินที่ปลดประจำการจำนวน 10 ลำลงสู่ใต้ท้องทะเล เพื่อใช้ทำแนวปะการังเทียม นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์และตรงกับวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมของเรา

โครงการนี้ทำให้เราได้เห็นว่าเป็นโครงการที่ สามารถสานต่อความตั้งใจเดิมได้เร็วที่สุด โดยบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการสร้างแนวปะการังเทียม ให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ และทำประโยชน์ต่อทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์



ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.a...D=9510000134398
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 27th March 2017 - 19:32
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys