IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> พะยูน เพื่อนผู้ซึ่งจะอยู่กับเราอีกไม่นาน, ร่วมช่วยเหลือ พะยูน ฝูงสุดท้ายของชาวไทย
อี๊ดคุง
โพสต์ May 20 2007, 14:07
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,361
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



พะยูน

"ช่วยเหลือพะยูนฝูงสุดท้าย....ของชาวไทย"


เพลง : พะยูน
ศิลปิน : จ๊อบ บรรจบ



พะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และหายใจด้วยปอดที่อาศัยอยู่ในทะเล จากหลักฐานต่างๆ เช่น การพบซากโบราณ(Fossil) และจากโครงร่างบางส่วนเช่น กระดูกครีบหน้าหรือขาคู่หน้าของพะยูน มีลักษณะคล้ายกระดูกนิ้วในสัตว์บก และส่วนที่หลงเหลือของกระดูกเชิงกราน จึงเชื่อว่าพะยูนมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์กินพืช ที่อาศัยอยู่บนบก พะยูนถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1776 โดยได้ตัวอย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำแหลมกู้ดโฮบ ถึงฟิลลิปปินส์ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโลมา และปลาวาฬ เดิมพะยูนจึงถูกจัดรวมอยู่ในอันดับ (Order) เดียวกันคือ Cetacea แต่จากการศึกษาลักษณะโครงสร้างโดยละเอียดพบว่า มีความแตกต่างกันมาก กล่าวคือ มีขนาดเล็กกว่า หัวกลม รูจมูกแยกจากกัน ปากเล็ก มีฟันหน้า และฟันกรามพัฒนาดี ไม่เป็นฟันยอดแหลมธรรมดาเหมือนๆ กันอย่างวาฬ และมีเส้นขนที่ริมฝีปากตลอดชีวิต (สวัสดิ์ วงศ์ถิรวัฒน์, 2539)
พะยูนมีบรรพบุรุษเดียวกับช้าง?
ในปี ค.ศ. 1816 De Blainville ได้เป็นบุคคลแรก ที่ทำการแยกความแตกต่างระหว่างพะยูน กับ โลมา และปลาวาฬ ออกจากกัน และจัดพะยูนเข้าไว้ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกีบ (ungulates) ในอันดับ Sirenia โดยนับว่า พะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกันกับช้างมาก่อน รวมถึงการศึกษาซากโบราณของพะยูนชื่อ Eotheroides
ในประเทศอียิปต์พบว่า มีลักษณะบางอย่างเหมือน และ ใกล้เคียงกันกับ Moeritherium ซึ่งเป็นต้นตระกูลของช้างยุคอีโอซีนตอนต้น (Upper Eocene)หรือเมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว Eotheroides เป็นสัตว์มี 4 ขา มีฟันครบ และ อาศัยอยู่ในน้ำ ต่อมามีวิวัฒนาการเพื่อให้อาศัยอยู่ในน้ำได้ดีขึ้น โดยที่ขาหลังจะลดขนาดลงและหายไปในที่สุด ส่วนขาหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะคล้ายใบพายเพื่อให้เหมาะสมกับการว่ายน้ำ จากนั้นก็มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นพะยูนในปัจจุบัน (อนุวัฒน์ นทีวัฒนาและปิติวงศ์ ตันติโชดก, 2523)

พะยูนอาศัยอยู่ที่ไหนบ้าง?
พะยูนมีการกระจายอยู่ตามชายฝั่งทะเลในเขตร้อน และเขตกึ่งร้อนทั่วโลก พบบริเวณมหาสมุทรอินเดียตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกของทวีปอัฟริกา ไปจนถึงทะเลแดง รอบๆ เกาะมาดากัสการ์ และอีกหลายเกาะในมหาสมุทรอินเดีย บริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศอินเดีย ศรีลังกา ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลงมาถึงมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เช่น นิวกินี บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย และหมู่เกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น หมู่เกาะโซโลมอน หมู่เกาะมาร์แชล และบริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก เคยมีรายงานว่า พบพะยูนที่ หมู่เกาะริวกิว รวมถึงชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีน ซึ่งปรากฏว่า พะยูนเคยเข้าไปอาศัยตามแม่น้ำสายต่างๆ ที่ติตต่อกับทะเลเปิด (Nowakand Paradiso, 1983; Jefferson et al., 1993) เฉพาะประเทศไทยเคยมี พะยูนมาอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลทั้ง 2 ด้านของประเทศ แต่ปัจจุบันมีพะยูนเหลือแต่ทางด้านทะเลอันดามันชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศ มีแหล่งที่อยู่ที่สำคัญคือบริเวณชายฝั่งทะเลอุทยานแห่งชาติเจ้าไหมและเกาะลิบง จังหวัดตรัง คาดว่ามีพะยูนเหลืออยู่ไม่เกิน 10 ตัว (ทวีศักดิ์ ปิยกาญจน์, 2535 อ้างถึงใน สวัสดิ์ วงศ์ถิรวัฒน์, 2539)

พฤติกรรมของพะยูน

พะยูนจะมีการรวมเป็นฝูงและอยู่เป็นโดดเดี่ยวทั้งเมื่อน้ำขึ้นและน้ำลง มีการรวมเป็นฝูง ฝูงละ 2-3 ตัว และอาจจะพบพะยูนเป็นฝูงใหญ่ และมีลูกพะยูนอยู่ด้วย ซึ่งในปัจจุบันจะพบพะยูนมากที่สุด คือ ประเทศออสเตรเลีย เรื่องของอาหารจากการสำรวจแหล่งหญ้าทะเลและได้สังเกตพฤติกรรมของพะยูน ที่เกาะตะลิบง จ.ตรัง พบว่าพะยูนจะเริ่มเข้ามาหากินหญ้าทะเลในช่วงที่น้ำทะเลกำลังขึ้น และกินหญ้าทะเลอยู่นานราว 2-3 ชั่วโมง พะยูนจะกินหญ้าทะเลพร้อมทั้งขึ้นมาหายใจทุกๆ 1-2 นาที และจึงดำลงไปกินหญ้าทะเลต่อ บางตัวจะกินหญ้าทะเลต่อในบริเวณใกล้ๆ ที่เดิม ในขณะที่บางตัวจะว่ายน้ำเปลี่ยนที่ไปประมาณ 1-5 เมตร โดยที่ลักษณะทิศทางการกินหญ้าทะเลของพะยูนไม่แน่นอน มีทั้งการหันด้านหัวสู่ชายฝั่ง หันหัวออกทะเล ลำตัวขนานกับชายฝั่ง หรือลำตัวทำมุมเฉียงกับชายหาด ซึ่งพะยูนส่วนใหญ่ที่พบจะกินหญ้าทะเลอยู่ห่างจากชายฝั่งมากกว่า 1 กิโลเมตร ในขณะที่น้ำลงมากพะยูนจะไปอาศัยอยู่ในร่องน้ำห่างชายฝั่งประมาณ 4-5 กิโลเมตร(สังเกตพบเห็นพะยูนอยู่ในร่องน้ำหลังน้ำลงประมาณ 2 ชั่วโมง) ซึ่งสอดคล้องกับกับงานของสุวรรณและคณะ(2536)

โดยพะยูนอาจจะกินหญ้าทะเลในช่วงน้ำขึ้นทั้งกลางวัน และกลางคืน โดยที่พะยูนที่เกาะปาเลาส่วนใหญ่ จะเข้ามากินหญ้าทะเลในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงจากอันตรายจากคน และสิ่งแวดล้อมอย่างอื่น สำหรับตอนเหนือของรัฐควีนแลนด์ประเทศออสเตรเลียพบว่า พะยูนจะเข้ามากินหญ้าทะเลในตอนกลางวัน ซึ่งจะกินหญ้าทะเลวันละประมาณ 30 กิโลกรัม แต่บางตำราระบุว่า กินอาหารประมาณวันละ 8 กิโลกรัม โดยใช้ปากเล็ม หรืองับทั้งต้นพืชแล้วส่ายล้างสิ่งเกาะติดอื่นๆ แล้วกลืนทันทีโดยไม่เคี้ยว พะยูนอาจจะอาศัยประจำถิ่น หรือเคลื่อนย้ายถิ่นตามฤดูกาล (กาญจนา อดุลยานุโกศล และคณะ, 2540)
พะยูนระหว่างแม่กับลูกนั้นมีความสัมพันธ์กันมาก จะพบว่าแม่ และ ลูกพะยูนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเป็นอย่างมาก ทั้งในขณะหากิน และ ในขณะที่ว่ายน้ำ ลูกพะยูน และแม่จะว่ายน้ำหากินอยู่ใกล้ๆ กัน บางครั้งอาจจะห่างกันแต่จะอยู่ในรัศมีประมาณ 1 เมตร ขณะที่ขึ้นมาหายใจพร้อมกันลูกพะยูนจะอยู่ชิดช้างลำตัวแม่ หรืออยู่บนหลังของแม่ และขณะที่กำลังว่ายน้ำออกจากแหล่งหญ้าทะเล ก็จะว่ายอยู่เคียงกันตลอด จากการติดตามสังเกตพฤติกรรมการกินหญ้าทะเลของแม่ และลูกพะยูน พบว่าลูกพะยูนจะโผล่ขึ้นมาหายใจบ่อยกว่าแม่พะยูน โดยในขณะที่แม่พะยูนกำลังกินหญ้าทะเลอยู่ ลูกพะยูนโผล่ขึ้นมาหายใจ 2-3 ครั้ง แล้วแม่พะยูนจึงโผล่ขึ้นมาหายใจครั้งหนึ่ง

การสืบพันธุ์ของพะยูน
พะยูนไม่ได้ผสมพันธุ์ตามฤดูกาล จะมีการตั้งท้องนาน 13-15เดือน (บางตำราระบุว่าใช้เวลาประมาณ 385-400 วัน) จะมีการออกลูกครั้งละ 1 ตัว (บางตำราระบุว่ามีการออกลูกได้ถึงครั้งละ 2 ตัวได้ แต่มีน้อยมาก) มีลูกหนักเฉลี่ยประมาณ 20 กิโลกรัม(วารสารการประมง น้ำหนักแรกประมาณ 20-35 กิโลกรัม) โดยที่พะยูนเกิดใหม่จะมีน้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม โดยตัวแม่จะมีการดันลูกให้ขึ้นสู่ผิวน้ำทันที แล้วชะลอลูกไว้บนหลังในช่วงแรกๆ หลังคลอดเพื่อหัดให้ลูกหายใจ และวายน้ำ โดยจะค่อยๆ จมตัวเองและลอยขึ้นเป็นจังหวะ

โดยลูกจะดูดนมแม่ใต้น้ำตัวผู้จะไม่ช่วยในการเลี้ยงลูก โดยลูกจะหย่านมแม่หลังจากอายุ 1 ปีไปแล้ว มีความยาวแรกเกิดประมาณ 1.0-1.2 เมตร และพะยูนอายุ 1 ปี จะมีความยาวประมาณ 1.8 เมตร (จากการศึกษาพะยูนที่ประเทศออสเตรเลีย) เมื่อมีศัตรูลูกอ่อนจะว่ายน้ำหลบอยู่บนหลังของแม่ ช่วงอายุในการสืบพันธุ์ยังไม่แน่ชัด (บางตำราระบุว่ากว่าจะแพร่ขยายพันธุ์ได้จะต้องอายุประมาณ 9 ปีขึ้นไป) และจากการสำรวจคาดว่า ฤดูกาลการคลอดลูกของพะยูนอยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม สำหรับการศึกษาถึงฤดูกาลคลอดลูกของพะยูน ในประเทศออสเตรเลียพบว่าจะอยู่ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคมและกว่าแม่พะยูนจะ
มีลูกได้อีกจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี จะมีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 45-70 ปี(กรณีที่อายุยืนยาวตามธรรมชาติ)


อาหารของพะยูน

พะยูนกินเฉพาะพืชที่เป็นพืชน้ำเป็นอาหาร ที่สำคัญคือ หญ้าทะเล และสาหร่ายทะเลบางชนิด (สาหร่ายสีเขียว) หญ้าทะเลสำคัญที่เป็นอาหารของพะยูน หญ้าทะเลในเมืองไทยทั้งอ่าวไทยและอันดามันมีทั้งหมด 11 ชนิด แต่ชนิดที่พะยูนจะเลือดกินนั้นจะมีลักษณะอ่อนนิ่ม เช่น หญ้าใบมะกรูด(Halophila ovalis) หญ้าผมนาง(Halodule uninervis) หญ้าเต่า(Thallassia hemprichii) หญ้าชะเงาใบมน(Cymodocea rotundata) และ หญ้าชะเงาใบยาว (Enhalus acoroides) กินเฉพาะใบอ่อน
แหล่งที่อยู่อาศัยและลักษณะนิสัยของพะยูน
พะยูนจะอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเลนอกเขตน้ำกร่อย และชอบอาศัยอยู่ตามชายฝั่งน้ำตื้นมากกว่าน้ำลึก หรือไม่เกิน 10 เมตร(โดยเฉลี่ยแล้วจะพบในความลึกประมาณ 3-5 เมตร) บริเวณที่ไม่ห่างไกลจากแหล่งหญ้าทะเลและเป็นที่ที่คลื่นลมไม่จัด บางครั้งอาจพบว่าเข้าไปในคลองน้ำกร่อยในป่าชายเลน
โดยปกติจะมีการอาศัยอยู่ใต้น้ำ จะโผล่ขึ้นมาหายใจเอาอากาศบนผิวน้ำทุกๆ 3-5 นาที (หนังสือบางเล่มบอกว่าจะโผล่ทุกๆ 6-16 นาที) จะมีการจมตัวอยู่ในน้ำตลอดเวลา ปกติจะมีการทรงตัวอยู่ในแนวราบขนานกับพื้นท้องน้ำ เคลื่อนไหวอย่างช้า มีนิสัยรักสงบไม่ว่าจะอยู่เป็นฝูงหรืออยู่เพียงลำพัง แต่ส่วนมากแล้วจะอยู่เป็นฝูง สามารถอยู่ร่วมกับปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ได้ แต่ถ้ามีคนหรือสิ่งที่รบกวนอย่างอื่นเข้าใกล้จะมีการพุ่งตัวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว พะยูนจะโผล่ขึ้นมาหายใจเอาอากาศบนผิวน้ำทุกๆ 3-5 นาที


ความสามารถในการเคลื่อนที่


ปลาพะยูนสามารถว่ายน้ำเร็วปกติประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะว่ายได้เร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในยามที่ตกใจหรือหลีกหนีสิ่งผิดปกติ

นิทานพื้นบ้านกับวิถีชีวิตของชุมชน กับ ความเชื่อเรื่องพะยูนเป็นมาอย่างไร?
นานมาแล้ว มีหญิงชรากับลูกสาว อาศัยอยู่ใน เงอรีเบล แฮมเลต บนเกาะKoror. เมื่อลูกสาวตั้งท้อง, แม่ของเธอบอกเธอว่าอย่าไปกิน Keam, Polynesian chestnut, เพราะมันเป็นอาหารต้องห้ามของคนตั้งครรภ์. แต่หล่อนไม่ยอมเชื่อคำเตือนของแม่ และอีกหลายเดือนต่อมา เธอก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวออกมา. ในวันหนึ่งขณะแม่ของเธอไปหาขุดเผือก เธออยู่บ้านเพื่อดูแลลูกของเธออยู่ เธอมีความอยากที่จะกิน Keam อย่างมาก และเธอคิดว่าถ้าวันใดที่แม่ของเธอไม่อยู่ เธอก็จะกินมัน และเธอก็พยายามที่จะแกะเนื้อของ Keam ออกจากเปลือก. ทันใดนั้นเอง แม่ของเธอก็ปรากฎที่ประตู หล่อนตกใจและละอายใจมาก มองไปที่แม่ แล้วอุ้มลูกของหล่อนแล้ววิ่งออกไปที่ท่าเรือ ชาวบ้านทั้งหลายก็วิ่งตามไปดูเธอ ที่ท่าเรือ เธอกระโดดลงไปในน้ำ และเริ่มว่ายน้ำออกไป แล้วชาวบ้านก็ตะโกนบอกเธอจากที่ท่าเรือว่า เธอเปลี่ยนเป็นพะยูนไปแล้ว.

สถานภาพของพะยูนทั่วโลก
ถึงแม้ว่าพะยูนจะเป็นสัตว์คุ้มครองในประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ยังคงมีการอนุญาตให้ล่าได้ตามประเพณีความเชื่อเก่าของชาวอะบอริจิน และชาวเกาะบริเวณช่องแคบTorres พะยูนมักจะอาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งนับวันจะถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ จากการขุดลอกร่องน้ำ การชะล้างหน้าดินจากบริเวณพื้นที่ทำเกษตรกรรมลงสู่ทะเล และมักจะได้รับอันตรายจากจากอวนขนาดใหญ่ เช่น อวนกระเบน หรืออวนฉลาม ซึ่งสภาพปัญหาของพะยูนจะคล้ายกับโลมา ยกตัวอย่างเช่น บริเวณ Great Barrior Reef (GBR) มีประชากรของพะยูนประมาณ 3,500 ตัว (ในปี1987) และอีก 4 ปีต่อมา (ในปี1991) ประชากรพะยูนลดลงเหลือ 1,700 ตัว การลดจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ทำให้มันอยู่ในสภาวะที่ใกล้จะสูญพันธุ์ จะเห็นว่ามีการปัญหาของพะยูนจะคล้ายกับโลมาคือมีจำนวนลดลงอย่างมากทั่วโลก

บริเวณที่พบประชากรพะยูนที่มากที่สุดในโลก คือประเทศออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่ามีอยู่ประมาณ 70,000 ตัว โดยพบที่ ช่องแคบ Torres strait ประมาณ 12,500 ตัว และที่ GBR มีประชากรของพะยูนประมาณ 1,700 ตัว (บริเวณที่พบมากที่สุกในออสเตรเลียคือ ฝั่ง West Australia) อันดับรองลงมาเป็นบริเวณ อ่าวเปอร์เซีย ประมาณการว่าเหลืออยู่ประมาณ 5,000 - 6,000 ตัว อันดับ 3 คือ บริเวณทะเลแดงพบประมาณ 4,000 ตัว นอกจากนั้นยังพบที่อื่นๆ เล็กน้อย เช่นบริเวณชายฝั่งทวีปแอฟริกาตะวันออกตั้งแต่ประเทศ Somalia ลงมาจนถึง Mozambique พบประมาณ 100 ตัว ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกาะ Vanuatu มีประชากรประมาณ 400 ตัว ที่เกาะ Palau ประมาณว่าเหลืออยู่น้อยกว่า 200 ตัว นอกจากนี้ยังพบที่หมู่เกาะ Solomons และที่อื่นๆ ในแถบอาเซียนพบน้อยมากใน Indonesia Malaysia Thailand , Myanmar Papua-New Guinea และPhilippines ****สาเหตุอาจเนื่องมาจากคนในบริเวณแถบนี้ มีความเชื่อเกี่ยวกับพะยูนมาก และนิยมบริโภคเนื้อพะยูน

สถิติการตายของพะยูนในประเทศไทย
จากการรวบรวมสถิติการตายที่มีรายงานในประเทศไทย พบว่า พะยูนส่วนใหญ่จะตายเพราะติดอวนตายทั้งที่เจตนา และไม่เจตนา แรงจูงใจที่ทำให้มีการล่าพะยูนในอดีต เพราะชาวบ้านมีความเชื่อว่า อวัยวะต่างๆของพะยูนเอาไปใช้ประโยชน์ในทางสรรพคุณทางยา บางพื้นที่มีความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ เช่นกระดูกของพะยูนสามารถป้องกันผีพรายทะเลได้ หรือน้ำตาปลาพะยูนใช้ทำยาเสน่ห์ได้เป็นต้น

สถานการณ์ของพะยูนในประเทศไทย
การศึกษากระจายพันธุ์ของพะยูนในประเทศไทย มีไม่มากนักโดยสุรพล และ คณะ,2534 รายงานว่าช่วงปี 2524-2534 ชาวบ้านบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน พบพะยูนประมาณ 30 ตัว บริเวณแนวหญ้าทะเลในอ่าวคุ้งกระเบน ต่อในปี 2534 เริ่มมีการสำรวจพะยูนจริงจัง โดยทีมสำรวจจากกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ และสถาบันวิจัยชีววิทยา และประมงทะเล กรมประมง และองค์กร หรือสถาบันอื่นๆ ก็เริ่มมีการเก็บข้อมูลเรื่องพะยูนกันมากขึ้น เช่น หน่วยวิจัยปะการังและหญ้าทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพะยูน และหญ้าทะเลบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี (Sudara et al. 1991) ในองค์กรเอกชน เช่น สมาคมหยาดฝน จังหวัดตรัง โครงการอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งทะเล มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์. มีการเก็บข้อมูลสถิติการพบพะยูนในบริเวณน่านน้ำทะเลตรัง บริเวณเกาะตะลิบง-เกาะมุกด์ และอ่าวสิเกาตอนเหนือ การสำรวจพะยูนทางอากาศได้เริ่มทำการศึกษาในบริเวณแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะมุกด์ และเกาะตะลิบง จังหวัดตรัง ในปี พ.ศ.2534 - 2535 พบพะยูนสูงสุดจำนวน 61 ตัว (สุวรรณ และคณะ, 2536)

ในประเทศไทยเคยมีพะยูนอาศัยอยู่ทั้งด้านฝั่งตะวันออก และตะวันตกของอ่าวไทย รวมทั้งทางฝั่งทะเลอันดามัน พะยูนที่พบในน่านน้ำไทยเคยพบกระจายอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล (Sudara et al. 1991 ; Nateekanjanalarp and Sudara, 1992 ; สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ , 2537 ; สุพจน์และกาญจนา, 2537 ; สุวลักษณ์และสุรพล, 2537 ; กาญจนา และคณะ, 2539)

แนวทางในการอนุรักษ์
1.รักษาสภาพที่อยู่อาศัยแหล่งอาหาร ให้คงสภาพธรรมชาติมากที่สุด
2.ส่งเสริมชี้แจงให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับพะยูนอย่างถูกต้อง รวมถึงแก้ไขความคิดที่ผิดตามความเชื่อ
3.ศึกษาพฤติกรรม ลักษณะการดำรงชีวิต เพื่อเป็นแนวทางอนุรักษ์อย่างแท้จริง
4.ทำให้กฎหมายมีความเด็ดขาด และมีบทลงโทษที่เข็มงวดชัดเจนต่อการล่าพะยูน
5.พัฒนาบุคลากรและรวบรวมความรู้ต่างๆ และศึกษาวิจัยข้อมูล เรื่องพะยูนและหญ้าทะเล ให้มีความใหม่ทันต่อเหตุการณ์เสมอ

ที่มา :
โครงการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่งทะเล
มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
http://www.wildlifefund.or.th/06_Marinewil...e_payoon00.html


ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 28th August 2014 - 16:03
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys