IPB
Thailand Travel Information :: English Version ::
เว็บไซต์แนะนำ: รวมฮาวทู เทคนิค DIY ต่างๆทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

 
Reply to this topicStart new topic
> ประวัติศาสตร์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
อี๊ดคุง
โพสต์ Oct 24 2007, 14:52
โพสต์ #1


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ประวัติศาสตร์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองนี้ มีชื่อว่า "เมืองบางนางรม" หรือ "เมืองนารัง" ดังปรากฎในหนังสือ "คำให้การชาวกรุงเก่า" ได้ลำดับชื่อหัวเมืองปักษ์ใต้ ตามลำดับดังนี้ "เมืองปราณ เมืองชะอัง เมืองนารัง เมืองบางตะพาน" เมืองเหล่านี้ในปัจจุบันคือ อำเภอปราณบุรี อำเภอชะอำ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพาน หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เมืองนารังได้ร้างไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงโปรดเกล้า ให้ตั้งขึ้นใหม่ เรียกเมืองบางนารม มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองกุย ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้า ให้เปลี่ยนชื่อเมืองมาเป็น เมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองเพชรบุรี ต่อมา ใน พ.ศ. 2399 โปรดเกล้าฯ ให้รวม อำเภอประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปราณ และอำเภอกำเนิดนพคุณ ตั้งเป็น เมืองเรียกชื่อว่า "เมืองปราณบุรี" ย้ายศูนย์กลางปกครองจากเมืองกุย มาไว้ที่เมืองเกาะหลัก บริเวณอ่าวเกาะหลัก หรืออ่าวประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาใน สมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองมาใช้ชื่อ "ประจวบคีรีขันธ์" จนถึงปัจจุบัน
ที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/pjk/prachuap.html

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถือเป็นจังหวัดของภาคกลาง แต่พื้นที่อยู่ตอนบนของภาคใต้ หรือจะเรียกว่า เป็นประตูก่อนสู่จังหวัดภาคใต้คือจังหวัดชุมพรก็คงไม่ผิด เพราะการเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคใต้ จังหวัดใดก็ตามตั้งแต่ชุมพรลงไป จะต้องขับรถผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก่อน
สมัยรัชกาลที่ 4 ได้รวมเมืองบางนางรม เมืองกุยบุรี เมืองคลองวาฬ เป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีที่ว่าการอยู่ ณ เมืองกุยบุรี จน พ.ศ. 2441 จึงย้ายมาอยู่ที่อ่าวเกาะหลักหรืออ่าวประจวบฯ ซึ่งเป็นที่ตั้ง ตัวเมืองในปัจจุบัน เป็นเมืองที่มีชายฝั่งทะเลยาวตลอดแนว จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมายหลายแห่ง ที่ขึ้นชื่อคือชายทะเลหัวหินซึ่งมีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน และเขตพื้นที่ที่แคบที่สุดของประเทศไทย อยู่ในเขต จังหวัดนี้
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตั้งอยู่บนส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย 11 กิโลเมตร แต่มีชายทะเลยาวถึง 212 กิโลเมตร ซึ่งเกือบเท่ากับจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ว่าได้ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ “ประจวบคีรีขันธ์” เคยเป็นที่ตั้งของเมืองนารัง สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ได้ร้างไปเมื่อครั้งกรุงแตก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ตั้งเมืองขึ้นใหม่ที่ปากคลองอีรม ชื่อว่าเมืองบางนางรม
ศาลหลักเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหลักเมืองชัยคู่บ้าน คู่เมือง ของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นในสมัย ร.ต.อำนวย ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราช ดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดศาลหลักเมือง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2537 เพื่อให้เป็นสิริมงคลและ หลักชัยคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่สักการะบูชาของชาวประจวบฯ สืบไป


คำขวัญจังหวัดประจวบคีรีขันธ์:เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสดหาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ
ที่มา http://www.prachuapkhirikhan.go.th/data/history.htm

ท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข้อมูลท่องเที่ยว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Go to the top of the page
 
+Quote Post
อี๊ดคุง
โพสต์ Jul 15 2009, 22:10
โพสต์ #2


...ฅนค้น..ใคร...
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 3,362
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point



ประวัติความเป็นมาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์เคยเป็นที่ตั้งของเมืองนารัง สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่ร้างไปเมื่อกรุงแตก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้ตั้งเมืองขึ้นใหม่ขึ้นที่ปากคลองอีรม ชื่อว่า เมืองบางนางรม และในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รวบรวมเมืองบางนางรม เมืองกุย และเมืองคลองวาฬเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งแปลว่าเมืองที่มีภูเขาเป็นหมู่ๆ โดยมีที่ว่าการเมืองอยู่ที่เมืองกุย เมื่อ พ.ศ. 2388 จนกระทั่ง พ.ศ. 2441 จึงย้ายที่ว่าการเมืองมาอยู่ที่อ่าวเกาะหลัก หรืออ่าวประจวบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่5 เมืองประจวบคีรีขันธ์ถูกยุบเป็นอำเภอประจวบคีรีขันธ์ขึ้นอยู่กับจังหวัดเพชรบุรี จนกระทั่ง พ.ศ. 2449 ให้รวม อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองปราณบุรี อ.เมืองกำเนิดนพคุณ ตั้งเป็นจังหวัดปราณบุรี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2458 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจังหวัดปราณบุรี เป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลักษณะเด่นทางประวัติศาสตร์

ดินแดนอันเป็นที่ตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันนี้ มีความเป็นมาที่ไม่ชัดเจนนักบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่า เคยเป็นเพียงทางผ่านทางการเดินทัพทั้งทัพไทยและทัพพม่า และเนื่องจากพม่าเดินทางเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาหลาย ครั้งด้วยกันทำให้อาคารบ้านเรือนหรือสถานที่ทางศาสนาเป็นเพียงการสร้างขึ้น ใช้ชั่วคราว เมื่อถูกโจมตีก็สูญหายไปเสียคราวหนึ่ง จึงไม่มีโบราณสถานถาวรใดๆ เหลืออยู่เช่นจังหวัดอื่นๆ ในบริเวณภาคกลางของประเทศ อย่างไรก็ตามหลักฐานเอกสารบางฉบับชี้ให้เห็นว่า ดินแดนแถบนี้เคยมีผู้คนตั้งบ้านเรือนมาช้านานแล้ว

เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์

ราว พ.ศ. 2305 ตรงกับสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) พระเจ้าอังวะยกทัพมาตีเมืองมะริด เมืองตะนาวศรี ทรงให้พระยายมราชเป็นทัพหน้า พระยาธารมาเป็นแม่ทัพ และทหารหัวเมืองเพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ธนบุรี และนนทบุรี ยกออกไปแต่พอถึงด่านสิงขรก็ทราบว่าเสียเมืองมะริด ตะนาวศรีแล้ว พระยายมราชจึงตั้งทัพอยู่ที่แกงตุ่ม ถูกพม่าตีแตกกลับเข้ามาถึงกุย ปราณ และถึงเพชรบุรี ในปี พ.ศ. 2307 กองทัพพม่าซึ่งมี มังมหานรธาเป็นแม่ทัพ ยกตีเรื่อยเข้ามาทางทวาย ระนองชุมพร คลองวาฬ กุย ปราณ จนถึงเพชรบุรี แต่ที่เพชรบุรีนี้ทัพพระยาพิพัฒโกษา กับทัพของพระยาตากยกมาจากกรุงศรีอยุธยาทัพรักษาเมืองไว้ได้ พม่ายกทัพถอยไปทางด่านสิงขร ต่อมาสมัยกรุงธนบุรี พ.ศ. 2317 พม่าได้ยกทัพเข้ามาอีกโดยยกเข้ามาทางปากแพรก ตั้งค่ายอยู่ ณ ตำบลบางแก้ว กองหนึ่งคอยปล้นผู้คนแถวเมืองกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และนครไชยศรี อีกกองหนึ่งยกเข้าปล้นเมืองราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ขณะนั้นมีใบบอกเข้ามายังกรุงธนบุรีว่า กองทหารที่เข้ามาทางเมืองมะริดได้เข้าปล้นค่ายทับสะแก เมืองกำเนิดนพคุณ จึงโปรดให้แจ้งแก่เจ้าเมืองกุยบุรี เมืองปราณบุรี ให้ทำลายบ่อน้ำ หนองน้ำตามรายทางที่คิดว่ากองทัพพม่า จะยกมายังเมืองเพชรบุรีให้หมดสิ้น โดยให้เอาของสกปรกหรือยาพิษใส่ลงไปอย่าปล่อยให้เป็นกำลังแก่ฝ่ายข้าศึกได้

ลักษณะทั่วไป

ตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน เป็นเมืองที่มีชายฝั่งทะเลยาวตลอดแนว จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมายหลายแห่ง ที่ขึ้นชื่อคือชายทะเลหัวหินซึ่งมีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน และเขตพื้นที่ที่แคบที่สุดของประเทศไทย


ที่มา http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/...%B8%98%E0%B9%8C
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



- ไม่มีภาพประกอบ IPB Thai v1.236.Fx1: 25th May 2017 - 19:24
โปรดอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว เกาะช้าง:: สถานที่ท่องเที่ยว :: กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ :: ภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน :: เกาะสมุย สวรรค์ทะเลอ่าวไทย :: ประวัติสุนทรภู่ :: เทคนิคการถ่ายภาพ :: ดอยอินทนนท์
Design by: IPB 2.3 Skins & Web Browsers News ของเล่นไม้ Plantoys