เกาะพีพี มรกตแห่งอันดามัน


คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


หลังจากที่ฤดูฝนทำให้ต้องห่างหายจากการ เที่ยวทะเลฝั่งอันดามันไปหลายเดือน มาวันนี้ฝนและมรสุมหมดไป อันดามันเดินทางเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวอีกครั้ง "ผู้จัดการท่องเที่ยว" จึงถือโอกาสกลับมาเที่ยวทะเลอีกครั้ง และก็ต้องถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมที่ทริปนี้เราจะได้ไปยัง "เกาะพีพี" จ.กระบี่ เกาะที่โด่งดังไปทั่วโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น"มรกตแห่งอันดามัน"

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา
อ่าวมาหยา เกาะที่หลังเรื่อง "The Beach" เคยใช้เป็นฉากถ่ายทำ


ครั้นเมื่อมาถึงเกาะพีพีแห่งนี้ อันดับแรกพวกเราก็พากันเดินเล่นสำรวจรอบเกาะก่อน เพราะที่นี่เคยถูกคลื่นยักษ์สึนามิทำลายไปเมื่อปลายปี 47 มาวันนี้ยังคงหลงเหลือซากแห่งความสูญเสียอยู่ในหลายจุด ในขณะที่หลายๆพื้นที่ก็ได้ปรับปรุงฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เมื่อเราเดินจนทั่วแล้วก็ขอขึ้นไปชมความสวยงามในมุมสูงของเกาะกันต่อที่ "จุดชมวิว" ซึ่งทางขึ้นไปนั้นเป็นบันไดปูนที่สูงเป็นร้อยๆขั้น ถึงจะเหนื่อยกับการเดินเที่ยวกลางแสงแดดที่แผดเผาจนทั่วเกาะ แต่ก็ต้องขอบอกเลยว่าคุ้มจริงๆ ภาพบรรยากาศที่มองเห็นได้อย่างรอบด้านทั่วเกาะ ยิ่งช่วงที่ขึ้นไปเป็นช่วงโพล้เพล้ที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ก็ยิ่งคุ้มค่ายิ่งขึ้น

และที่ดูแปลกตาไปกว่าเมื่อก่อนก็คือ เมื่อมองทอดสายตาออกไปทางทะเล เห็นเป็นก้อนหินน้อยใหญ่สีออกดำๆจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านบอกกับเราว่าน่าจะถูกคลื่นยักษ์สึนามิหอบเอามากองไว้ รวมถึงเรือหลายลำที่มาเกยตื้นอยู่ในบริเวณนี้

ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดพร้อมกับอากาศก็เริ่มเย็นลง กิจกรรมกลางแจ้งริมชายหาดบนเกาะพีพีแห่งนี้ก็จบสิ้นลง สวนกระแสกับเสียงเพลงและแสงไฟ ที่ถัดขึ้นไปจากชายหาดที่เริ่มได้ยินเสียง แว่วๆมากระทบโสตประสาท ชีวิตใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืนกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคัก ร้านกลางคืนมากมายบนเกาะแห่งนี้ทำให้เกาะพีพีไม่เคยเงียบเหงา ทั้งนั่งกินลมชมบรรยากาศริมทะเลแบบชิว ชิว หรือจะฟังเพลงมันมันแดนซ์กระจาย ใครชอบแบบไหนก็เลือกสนุกกันได้ตามสไตล์

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา
ที่เกาะพีพีคนที่ไม่เล่นน้ำก็สามารถนั่งทำมิวสิคแบบเหงาๆได้


และแล้วเช้าวันใหม่ก็เริ่มขึ้น อากาศยามเช้าสดชื่นท้องฟ้าก็แจ่มใส เหมาะมากกับการนั่งเรือเที่ยวเกาะต่างๆรอบๆเกาะพีพีแห่งนี้ และก็จะถือโอกาสดำน้ำแบบ Snorkel ดูปะการังกัน หลังจากกินข้าวเช้าอย่างอิ่มหนำสำราญแล้วก็ได้เวลาเรือออก เรือที่พวกเรานั่งไปเป็นเรือแบบ Speedboat บรรทุกได้ประมาณ 28 คน เรือพาเราออกไปยัง "เกาะไม้ไผ่" เป็นเกาะแรก หาดทรายสีขาวกระทบแสงแดดดูสวยงามสะอาดตา น้ำทะเลสีฟ้าใสก็เช่นกันเมื่อยามกระทบต้องแสงอาทิตย์ดูสวยระยับเป็นประกาย

สำหรับที่เกาะไม่ไผ่นี้แม้ค่าธรรมเนียมจะแพงแต่ก็ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวหาย ไปจากเกาะ หลังจากที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" มาไม่นาน เรืออีก 2-3 ลำพานักท่องเที่ยวหัวดำหัวแดงมากันหลาบสิบคน จากเกาะที่ดูเหมือนจะเงียบเหงาเมื่อแรกมา ตอนนี้กลับดูคึกคักมีชีวิตชีวา

ต่อจากเกาะไม้ไผ่ เรือพาเราลอยเท้งเต้งกลางทะเลระหว่างเกาะไม้ไผ่กับแหลมตง คนเรือบอกว่าจุดนี้เรียกว่า "หินกลาง" เป็นจุดที่น้ำไม่ลึกมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการังแข็ง และให้อาหารปลาโดยใช้ขนมปัง เมื่อโยนขนมปังอาหารอันโอชาของเหล่าปลาเสือที่มีสีเขียวๆ ปลานกแก้วสีเหลือง ชมพู ปลาสลิดออกสีใสๆ ปลาเหล่านี้จะมารุมตอดรุมกินขนมปังกันฝูงเบ้อเริ่มเทิ่ม เห็นแล้วก็ตกใจเหมือนกัน นี่ถ้าปลาเหล่านี้กินเนื้อด้วยละก็ คนที่ลงไปว่ายน้ำให้อาหารปลาคงเนื้อหลุดลุ่ยเหมือนขนมปังเปื่อยๆไปแล้ว

เมื่อปลาอิ่ม คนก็เริ่มหิว เพราะแหวกว่ายน้ำกันอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา พวกเราจึงมาแวะทานข้าวกล่องที่เตรียมมาที่ "เกาะลิง" หรือที่เรียกกันว่า "Monkey Beach" ซึ่งมีหาดทรายเล็กๆ แต่สวยงาม เกาะแห่งนี้ก็มีน้ำทะเลที่สวยใสน่าเล่นน้ำเช่นกัน

ด้วยความหิวเมื่อลงจากเรือ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็ตระเตรียมถือเสบียงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ถุงเบ้อเริ่มติดมือลงมาด้วย หวังว่าเที่ยงนี้คงจะอิ่มหนำสำราญอุรา แต่เมื่อเดินขึ้นหาดไปไม่กี่ก้าว เจ้าลิงเจ้าของพื้นที่ก็ตรงดิ่งเข้ามา ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงพี่คนหนึ่งตะโกนมาว่า "ระวังนะ ลิงที่นี่ถ้าเห็นถุงแล้วมันจะเข้ามาแย่ง" เหมือนมันจะรู้ว่าข้างในมีของกิน ไม่ทันขาดคำลิงตัวนั้นก็ทำท่าจะกระโดนเข้ามาแย่งถุง "ผู้จัดการท่องเที่ยว" กระโดดหลบไปหลบมาแต่คงไม่พ้นความไวของลิง จนสุดท้ายเจ้าลิงแสบทำท่าจะไม่ยอมลามือ ดูเหมือนจะกระโดดมาพิฆาตถุงขนมให้ได้ จึงต้องสละถุงขนมให้เจ้าลิงแสบอย่างจำยอม

หลังจากที่ปล่อยถุงขนมไปก็ต้องทึ่งกับความฉลาดของเจ้าลิงพวกนี้ เพราะมันเอามือฉีกถุงขนมแล้วใช้นิ้วหยิบกินเหมือนคนไม่มีผิดเพี้ยน ลิงพวกนี้มันรู้ว่าอะไรกินได้อะไรกินไม่ได้ รู้วิธีแกะวิธีกินอีกด้วย และที่สำคัญมันรู้วิธีได้มาซึ่งของกิน แหม!!มันน่าเจ็บใจจริงๆ

หลังจากที่เจ้าลิงแสบเหล่านี้อิ่มท้องกับขนมในถุงใบใหญ่ของ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" แล้ว มันก็พากันหลบลี้หายหน้าไปด้วยความละอายใจกระมัง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะพวกเราจะได้กินข้าวกล่องกันด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกลัวลิงที่ไหนมาแย่ง

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา

เมื่อเติมพลังกันจนท้องอิ่มแล้ว ที่ต่อไปที่พวกเราไปกันก็คือที่อ่าวมาหยา เกาะชื่อดังที่เคยถูกใช้ให้เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องดัง "The Beach" แต่ก่อนที่พวกเราจะได้ไปชื่นชมความงามของอ่าวมาหยา คนเรือพาเรามายัง "อ่าวปิเละ" เพื่อให้พวกเราได้ลงเล่นน้ำท่ามกลางผาสูงชันที่ปิดล้อมเกือบจะรอบด้าน ทำให้เกิดเงาที่ร่มเย็นบนผืนน้ำ น้ำทะเลที่นี่จึงนิ่งปราศจากคลื่นลม และแลดูใสสะอาดน่าลงเล่นน้ำยิ่งนัก ถึงที่นี่จะไม่ค่อยมีปะการังให้พวกเราได้ snorkeling กัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะความใสเย็นบวกกับบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยหุบผาแค่นี้ ก็ชนะใจกรรมการแล้ว

จากนั้นก็มาถึงจุดสุดท้ายก่อนที่เราจะมุ่งหน้าเข้าฝั่งที่เกาะพีพีด้วยความ เหนื่อยล้าของร่างกายแต่จิตใจกลับอิ่มเอิบกับธรรมชาติทางทะเลอันสวยงาม ก็คือ “อ่าวมาหยา” ที่นี่มีหาดทรายสีขาวสะอาดตา เม็ดทรายนุ่มละเอียดเท้ายิ่งนัก เพื่อนๆบางคนยังเล่นน้ำไม่หนำใจก็ขอลงเล่นต่อกันที่นี่ บ้างก็ชวนกันโพสท่าถ่ายรูปกันอย่างไม่มีเบื่อ บ้างก็ล้าจากการเล่นน้ำมาแอบงีบเป็นพะยูนถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดมาเกยตื้น เราใช้เวลาที่นี่กันพักใหญ่ แล้วก็ต้องรีบขึ้นเรือกลับเกาะพีพี ก่อนที่ระดับน้ำจะลดต่ำลงจนลำบากในการเดินเรือ

วันนี้พวกเราจะเหนื่อยล้า แต่ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ทางร่างกายเท่านั้น แต่จิตใจที่เต็มอิ่มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติที่รังสรรค์เอาไว้ และหากนักท่องเที่ยวยังเที่ยวแบบมีจิตสำนึก ธรรมชาติก็จะยังคงสวยงามเช่นนี้ตลอดไป

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * * * *

หมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่ในท้องที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ อยู่ห่างจากชายฝั่งแม่น้ำกระบี่ 42 กิโลเมตร โดยมีเกาะพีพีดอนเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด

สำหรับช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวเกาะพีพี จะอยู่ระหว่าง เดือนพฤศจิกายน–พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีมรสุมเข้า น้ำทะเลจะใสเหมาะแก่การดำน้ำดูปะการัง กิจกรรมที่นิยมทำได้แก่ เล่นน้ำ ชมวิวตามจุดชมวิวต่างๆ, ดำน้ำตื้น, ดำน้ำลึก, เที่ยวถ้ำ, พายเรือแคนู นั่งฟังเพลงยามค่ำคืน

การเดินทางไปยังหมู่เกาะพีพีนั้นสามารถเดินทางไปได้ทั้งจาก จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ โดยจากกระบี่มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือคลองจิหลาด เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. ราคา 350 บาท/คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ โทร.0-7562-2163


ที่มา
ผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2549 15:18 น.

สำนักงานจังหวัดกระบี่ 17 พ.ย. 49 14:24:02

ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี เกาะพีพี