การท่องเที่ยวเชิงแนวคิด : ผลิตซ้ำ้ำ หรือ นวัตกรรมใหม่


ฉัตรเฉลิม องอาจธานศาล


คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


แนวคิดใหม่ของการท่องเที่ยว

เป็นที่ยอมรับกันว่า การท่องเที่ยวนั้นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่นับวันก็ยิ่งมีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายประเทศต่างให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในอันดับต้นๆเนื่องจากเล็งเห็นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่สามารถสร้างงานทั้งทางตรง และทางอ้อมให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก

ในอดีตจะเห็นได้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวแบบ "มวลชน" (Mass Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวตามกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยว โดยการให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม จึงก่อให้เกิดการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว หรือตัวแหล่งท่องเที่ยวมีความสามารถในการรองรับอยู่อย่างจำกัด จนทำให้เป็นที่กล่าวกันมากว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านการทำลายสภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก จนทำให้พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ตกอยู่ในสภาพผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา จึงนับว่าเป็นการเสียโอกาส ในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้เนื่องมาจากการขาดการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ทุกฝ่ายควรจะคิดหารูปแบบการท่องเที่ยวประเภทอื่นที่เหมาะสม แล้วหรือยัง !!

เป็นคำกล่าวที่หลายคนอยากกล่าวออกมา เพื่อหานวัตกรรมใหม่ของการท่องเที่ยว ที่สำคัญอีกนัยหนึ่ง จะต้องไม่สร้างผลกระทบทางลบเหมือนที่แล้วมา โดยมีการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพตลอดจนมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิผล

“ ไปเที่ยวแล้วไม่เห็นได้อะไรกลับมาเลย ”

นี่ก็เป็นอีกคำพูดที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย สะท้อนความคิดดังกล่าวออกมา ท้ายที่สุด รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงแนวคิดนั้น ก็ได้เกิดขึ้น โดยเป็นอีกรูปแบบการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสามารถที่จะจัดรูปแบบการท่องเที่ยวได้หลายหลาก ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความสนใจในแต่ละบุคคล เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับนักท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


อาจกล่าวได้ว่า การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่นี้ มีส่วนช่วยจุดประกายให้นักท่องเที่ยวสร้างแนวคิดในการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยลักษณะเด่นที่เป็น "แก่น" ของ "การท่องเที่ยวเชิงแนวคิด" (Thematic Tourism) นั้นก็คือว่า จะต้องเป็นการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถ "เลือก" ได้จริงๆ มิใช่ การท่องเที่ยวตามกระแสนิยม ซึ่ง ณ การเลือกดังกล่าวควรมี Concept หรือ Theme ที่สอดคล้องหรือเกี่ยวข้องกันอยู่ ไม่ว่าจะเลือกในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ประเภทของที่พัก รวมถึงการจัดการ และการควบคุมกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการท่องเที่ยว โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งด้านผู้ประกอบการและด้านของนักท่องเที่ยว อาจมีส่วนร่วมในการวางกรอบแนวคิดการท่องเที่ยวดังกล่าว

ก้าวแรกของการท่องเที่ยวเชิง แนวคิด

“การท่องเที่ยวเชิงแนวคิด” ในระยะแรกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือ การท่องเที่ยวที่มีพื้นฐานกับธรรมชาติ (Nature based tourism) โดยมีการเรียกขานแตกต่างกัน อาทิ
- การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) หมายถึง การท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ
- การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (Marine Ecotourism) เป็นการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ในแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศทางทะเล ตัวอย่างเช่น การเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองกระบี่ เรื่อยไปที่...เกาะลันตา สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น ณ พื้นที่ดังกล่าว คือ แนวที่พักอนุรักษ์ในแวดล้อมของป่าโกงกาง และหมู่บ้านชาวเลที่เกาะกลาง ตลอดจนบ้านทุ่งหยีเพ็ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
- การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา (Geotourism) คือ การท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่เป็นหินผา ลานหินทราย อุโมงค์โพรง ถ้ำน้ำลอด ถ้ำหินงอกหินย้อย เพื่อดูความงามภูมิทัศน์ที่มีความแปลกของการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่โลก ศึกษาธรรมชาติของหิน ดิน แร่ต่างๆและฟอสซิล

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา

- การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์ เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จ และเพลิดเพลินในสวนเกษตร เช่น กรณีของฟาร์มโชคชัย ที่ให้คนเข้ามามีส่วนร่วม นักท่องเที่ยวไม่เคยเห็นนมวัวมาก่อน แต่หากครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสเดินเข้าไปในฟาร์มแล้วได้รีดนมวัวจริงๆ
- การท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ (Astrological tourism) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อการไปชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวาระ

ส่วนประเภท การท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรม (Cultural based tourism) ก็ได้รับความนิยม ไม่แพ้เช่นกัน โดยมีรูปแบบที่เด่น ได้แก่

- การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (Historical tourism) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวไปยัง แหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


- การท่องเที่ยวงานชมวัฒนธรรมและประเพณี (Cultural and traditional tourism) คือ การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อชมงานประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ จัดขึ้นได้รับความเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจในสุนทรียศิลป์เพื่อศึกษาความเชื่อ การยอมรับนับถือ การเคารพพิธีกรรมต่างๆ

- การท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท (Rural tourism / Village tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านชนบท ที่มีลักษณะวิถีชีวิต และผลงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษมีความโดดเด่น

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


- การท่องเที่ยวเพื่อศึกษากลุ่มชาติพันธ์ุหรือวัฒนธรรมกลุ่มน้อย (Ethnic tourism) คือ การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของชาวบ้าน วัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยหรือชนเผ่าต่าง ๆ

- การท่องเที่ยวเชิงทัศนศึกษาและศาสนา (Edu-Meditation tourism) หมายถึง การเดินทางเพื่อทัศนศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากปรัชญาทางศาสนา หาความรู้ สัจจธรรมแห่งชีวิต มีการฝึกทำสมาธิ เพื่อมีประสบการณ์และความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น

เร้า้ใจกับรูปแบบ

ในอดีตเราพบว่ารูปแบบดังกล่าวส่วนใหญ่จัดเป็น การท่องเที่ยวแบบผจญภัย (Adventure Travel) คือ การเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ ที่นักท่องเที่ยวแต่ละคณะเข้าไปเที่ยวแล้วได้รับความสนุกสนานตื่นเต้น หวาดเสียว ผจญภัย มีความทรงจำ ความปลอดภัย และได้ประสบการณ์ใหม่ แต่ ณ ปัจจุบันยังมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


1. Atomic Tourism เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่โดยสถานที่ดังกล่าวมักเป็น สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของระเบิดนิวเคลียร์ นอกจากนี้อาจรวมไปถึงยานพาหนะหรือบริเวณที่เกิดระเบิด ตัวอย่างการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าวอาจไม่พบในเมืองไทย แต่ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ การเยี่ยมชมพื้นที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ ซึ่งเมืองทั้งสองเคยถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

2. Dark Tourism (black tourism or grief tourism) คือ การท่องเที่ยว ณ บริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสังหาร หรือ พื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งรวมไปถึง ปราสาทและสนามรบ เช่น Culloden near Inverness, Scotland; บริเวณที่เกิดภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากฝีมือคน หรือ ธรรมชาติ เช่น Ground Zero in New York; อดีตพื้นที่เรือนจำ ชึ่งปัจจุบันได้เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เยี่ยมชม เช่น เรือนจำ Beaumaris ในAnglesey, Wales. และสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษไม่แพ้กัน เช่น ค่าย Auschwitz ใน Poland, และเขต Chernobyl ในอดีตสหภาพโซเวียต หรือ Bran Castle, Poienari Castle in Romania

3. Disaster Tourism คือ การท่องเที่ยว ณ บริเวณที่เคยเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ โดยการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวอาจมีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมด้วย ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ TSUNAMI ที่ผ่านมา

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


4. Extreme Tourism (or shock tourism) คือรูปแบบการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่เน้นการท่องเที่ยวในสถานที่อันตราย เช่น ภูเขา ป่า ทะเลทราย ถ้ำ หรือเหตุการณ์ที่อันตราย ในบางครั้ง Extreme Tourism คล้ายกับรูปแบบExtreme sport เนื่องจากรูปแบบทั้งสอง ได้เน้นไปที่ " adrenaline rush "

5. Militarism heritage Tourism เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผู้สนใจได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมเขตพื้นที่ทหาร ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เฉพาะ ดังที่ทราบในอดีตว่า เขตพื้นที่ทหารห้ามเข้า มาเป็น พื้นที่ทหารยินดีต้อนรับ ซึ่งในบางพื้นที่อาจมีกีฬา Extreme sport ร่วมด้วย เช่น เขตพื้นที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่มีบริการ กีฬาPaint Ball ให้กับผู้ที่สนใจ

6. Space Tourism เป็นการท่องเที่ยวในสถานีอวกาศรวมถึงการเดินทางโดยยานอวกาศ ซึ่งการเดินทางรูปแบบดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

ปัญหาสังคมกับรูปแบบที่พบ

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


ในอดีตพบว่า การท่องเที่ยวรูปแบบ Sex Tourism ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการบริการทางเพศ หรือกิจกรรมบริการ โดยโสเภณี โดยการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวในอดีต มักพบเห็นได้ตามเมืองขนาดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต แต่ปัจจุบันรูปแบบการท่องเที่ยวดังกล่าว ได้แฝงเข้าไปตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป และมีการจัดกรุ๊ปทัวร์ที่แฝงตัวมาในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยว เช่น ช่วงสงกรานต์ หรือเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ (Full Moon Party) ที่เกาะพงัน ที่ร้ายแรงไปกว่านั้น คือ การท่องเที่ยวเพื่อประเวณีเด็ก (Child Sex Tourism) โดยองค์การ ECPAT (End Child Prostitution and Trafficking) ซึ่งเป็นองค์การสากลที่ดูแลเรื่องโสเภณีเด็ก และการลักลอบพาเด็กเข้าสู่อาชีพได้ให้ความเห็นว่า ประเทศในโลกที่สามได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่ จะเกี่ยวกับแสงแดด ทะเล และประเวณี (Sun Sea and Sex) นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเพื่อประเวณี ส่วนใหญ่มาจากประเทศพัฒนา เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษฝรั่งเศส รวมทั้งบางส่วนของประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ นักท่องเที่ยวเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในบริเวณใหญ่ๆ อาทิเช่น มะนิลา พนมเปญ พัทยา เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หนาแน่นด้วยคลับและบาร์ รวมทั้งแหล่งบันเทิงอื่นๆ อีก

พัฒนามาสู่ยุคแนวคิด Hybrid

รูปแบบ Hybrid คือ รูปแบบผสมผสานหลายรูปแบบหลายลักษณะเข้าด้วยกัน โดยที่โดดเด่น ได้แก่ Voluntourism หรือที่เรียกว่า การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ โดย Voluntourism เป็นการผสมผสานระหว่างการให้บริการในรูปอาสาสมัคร (Voluntary activities) อาทิ การปลูกป่า การสอนภาษาอังกฤษ การสร้างโรงเรียน การทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กับการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ อาทิ ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และนันทนาการในแหล่งท่องเที่ยว

เจาะจงเฉพาะกลุ่ม

การท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าวจะให้ความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่โดดเด่นมาก ได้แก่

- การท่องเที่ยวของกลุ่มอพยพ (Diaspora) โดยกลุ่มดังกล่าว สามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ
(1) การเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อศึกษาทำความเข้าใจกับบรรพบุรุษ และเข้าร่วมในด้านการเรียนวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน
(2) เป็นการเดินทางเพื่อไปซื้อทรัพย์สิน ที่ดิน บ้านและเพื่อการลงทุน ซึ่งการมีรายได้ที่มากกว่าในประเทศใหม่ จะช่วยให้พวกเขาสามารถเดินทางไปเยี่ยมเยียนบ้านเกิด หรือลงทุนในประเทศของเขาได้มากขึ้น
(3) การเดินทางท่องเที่ยวไปเทศกาลและงานประเพณีต่างๆในบ้านเกิด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ของกลุ่มผู้ทำงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์

- การท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ (Pop-Culture Tourism or Movie Tourism) หมายถึง การที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อันเป็นผลเนื่องมาจากสถานที่นั้น ถูกนำเสนอผ่านจอภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ ที่ได้รับชมตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การท่องเที่ยวในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง The Lord of the rings

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


- การท่องเที่ยวตามแหล่งเสียงเพลง (Music Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวตามเมือง หรือหมู่บ้านที่มีการแสดงงาน ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจมีส่วนร่วมในหมู่บ้านดังกล่าว ดังเช่นกรณี หมู่บ้าน Glastonbury, เมือง Glasgow สำหรับในประเทศไทยเทศกาลดนตรีที่สำคัญ ได้แก่ Hua- Hin Music Festival. โดยจัดขึ้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อาจกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวเชิงแนวคิด เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากความลึกซึ้งในแง่ของเนื้อหาที่ได้รับจากการท่องเที่ยว ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวด้วย และสิ่งที่ได้รับเพิ่มขึ้น คือ การส่งเสริมการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยว ให้มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการทำลายแหล่งท่องเที่ยวและวิถีชุมชนที่มีเหลืออยู่น้อยในปัจจุบัน ให้สามารถดำรงอยู่ได้ต่อไปจนตกทอดไปถึงชนรุ่นหลัง



ตัวอย่างรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงแนวคิด


Archaeological Tourism การท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี
เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวแนวใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) โดยเน้นการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดี รวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่เขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Atomic Tourism การท่องเที่ยวเชิงปรมาณู
เป็นรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยว ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับระเบิดปรมาณู การท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ยังรวมถึงพื้นที่ที่มีการระเบิด และพาหนะที่บรรทุกระเบิดนั้นๆ

Bookstore Tourism การท่องเที่ยวเชิงการอ่าน
เป็นรูปแบบย่อยของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยการท่องเที่ยวประเภทนี้อาจจัดร่วมกันระหว่างโรงเรียน ห้องสมุด กลุ่มนักอ่าน และองค์กรต่างๆ ภายในท้องถิ่น โดยอาจจัดเป็นรายการนำเที่ยวภายใน 1 วันซึ่งมีลักษณะท่องเที่ยวไปทั่วเมืองเพื่อตามรอยร้านหนังสือ

Child sex Tourism
CST - Child Sex Tourism เป็นรูปแบบการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมโครงการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในเยาวชน

Community Based Tourism : การท่องเที่ยวชุมชน
การท่องเที่ยวชุมชน เป็นการท่องเที่ยวที่แตกแขนงออกมาจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งลักษณะของ Community Based Tourism มุ่งเน้นการศึกษาวิถีชีวิตของผู้คน ศึกษาวัฒนธรรม ความเชื่อ และมีกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน

Dark Tourism
หรืออาจเรียกว่า Black Tourism หรือ Grief Tourism เป็นรูปแบบการท่องเที่ยว ที่เีกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวที่ยากลำบาก หรืออาจมีการเสียชีวิต โดยหมายรวมถึงปราสาทและสมรภูมิรบ

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Dental Tourism การท่องเที่ยวเชิงทันตกรรม
เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่เน้นเรื่องการรักษาสุขภาพฟัน นอกเหนือไปจากระบบประกันสุขภาพที่นักท่องเที่ยวมีอยู่

Drug Tourism การท่องเที่ยวเชิงยาเสพติด
หมายถึง การเดินทางเพื่อซื้อและใช้ยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวที่กฎหมายอนุญาต ในขณะที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถซื้อ และใช้ยาเสพติดในประเทศของตนได้ การท่องเที่ยวประเภทนี้เป็นที่นิยมของ นักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Disaster Tourism การท่องเที่ยวเชิงโศกนาฏกรรม
หมายถึง การท่องเที่ยวในบริเวณที่เพิ่งเกิดโศกนาฏกรรม โดยอาจมาในรูปแบบของการเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู และช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว

Extreme Tourism การท่องเที่ยวเชิงเสี่ยงภัย
เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น ภูเขา ป่า ทะเลทราย และถ้ำ หรือการเข้าร่วมในกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ซึ่งหมายรวมถึงกีฬาประเภท Extreme โดยมีจุดประสงค์เพื่อความสะใจ การหลั่งสาร Adrenaline และการยอมรับในความเป็นมืออาชีพ สำหรับกีฬาประเภทExtreme

Eco Tourism : การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มุ่งเน้นให้การศึกษานักท่องเที่ยว และให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่น

Garden Tourism การท่องเที่ยวเชิงพฤกษศาสตร์
เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยว ที่เกี่ยวกับการเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสวนพฤกษศาสตร์ (Botanical Garden) หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์พฤกชาติ

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


GLBT Tourism การท่องเที่ยวเชิงเพศที่สาม
Gay Lesbian Bisexual & Transgender หมายถึงรูปแบบการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ที่ให้การยอมรับเพศที่สาม หรือการเดินทางเพื่อเข้าร่วมเทศกาลเฉพาะที่จัดขึ้นเพื่อเพศที่สามโดยเฉพาะ

Heritage Tourism การท่องเที่ยวในแหล่งมรดกแผ่นดิน
เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) โดยมีลักษณะสำคัญที่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อดื่มด่ำกับอดีต เช่นคลองเก่า รางรถไฟ สมรภูมิรบเก่า ตลอดจนการเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งเป็นรากเหง้าของบรรพบุรุษ

Health Tourism : การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เน้นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางกายและใจ โดยกิจกรรมของการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ ครอบคลุมเรื่อง การล้างพิษ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนั่งวิปัสสนา การฝึกโยคะ

Literary Tourism การท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรม
เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวย่อยของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) โดยเป็นการเดินทางเยี่ยมชมสถานที่จริงที่ปรากฏในนวนิยาย หรือสถานที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนสร้างสรรค์นวนิยายขึ้น

Militarism Heritage Tourism การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ทหาร
หมายถึง การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของทหารเช่น ค่ายทหารเก่า เขาค้อ ภูหินร่องกล้า หรืออนุสรณ์สถานต่างๆ

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Music Tourism การท่องเที่ยวเชิงดนตรี
หมายถึง การเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อชมคอนเสิร์ตหรือเทศกาลทางดนตรี

Pop-culture Tourism
คือการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ปรากฏในงานประพันธ์ ภาพยนตร์ เพลง หรือสื่อบันเทิงอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นๆ

Poverty Tourism หรือ Poorism หรือ Pro Poor Tourism
เป็นการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ด้อยพัฒนา เพื่อทัศนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากจน เช่นใน อินเดีย เอธิโอเปีย หรือแม้แต่สถานที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ อย่างเฮอร์ริเคนหรือสึนามิ เช่น เมืองหลุยเซียนา ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ หลังถูกทำลายล้างจากเฮอร์ริเคนแคทรินา

Rural / Urban Tourism : การท่องเที่ยวเขตชนบท / เมือง
เป็นการท่องเที่ยวที่ใช้ชนบทเป็นจุดขาย ส่วนใหญ่แล้ว Rural Tourism มักครอบคลุมกิจกรรมท่องเที่ยวหลักๆ คือ การชมวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ เช่น การประมง การทำสวน บางครั้งก็อาจจะเรียกว่าเป็น Homestay

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Rural Tourism มักจะเสนอคู่กับ Urban Tourism คือการท่องเที่ยวในเขตเมือง ซึ่งเน้นกิจกรรมที่มักเกิดขึ้นในเมือง เช่น การชมพิพิธภัณฑ์ การชมเมือง การ Shopping อย่างไรก็ตาม ต้องมีการจัดแบ่งประเภทของเมืองตามลักษณะเด่น เช่น เมืองประวัติศาสตร์ เมืองผ่าน เมืองหลักทางการท่องเที่ยว เมืองชายทะเล เป็นต้น

Sex Tourism
คือการท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมทางเพศกับหญิงขายบริการ (หรือชายขายบริการ) เข้ามาเกี่ยวข้อง และนักท่องเที่ยวประเภทนี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศที่ร่ำรวย

Slow Travel
คือ การท่องเที่ยวเนิบช้า ไม่เร่งรีบ เน้นความละเมียดละไม โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ เช่น การรับประทานอาหาร การเดินทาง เมื่อรูปแบบ Slow Travel เริ่มได้รับความนิยม จึงได้มีการขยายผลไปสู่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น Slow Hotel / Slow Package

Village Tourism หรือ Village Based Tourism
วัตถุประสงค์ของ Village tourism คือการผลักดันให้การท่องเที่ยวตามหมู่บ้านชนบท ดูวิถีชีวิต ประเพณี การแต่งกาย ความเชื่อ

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


War Tourism
เป็นคำที่สื่อใช้เรียกแนวคิดการท่องเที่ยวเข้าไปในสมรภูมิรบ เพื่อต้องการรับรู้บรรยากาศสงครามอย่างใกล้ชิด ลักษณะท่องเที่ยวในรูปแบบ War Tourism ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มักมีจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสงคราม อาทิ เวียดนาม (สงครามเวียดนาม) กัมพูชาเป็นต้น

เมื่อระยะเวลาล่วงเลยไป พบว่า War Tourism ยังหมายถึง การแอบเข้าไปสังเกตการณ์ในสถานที่อันตรายหรือสถานที่ต้องห้ามอีกด้วย นักท่องเที่ยวจำนวนมากถูกจับกุมในพื้นที่สงคราม เช่นในอิสราเอล เลบานอน พม่า อัลจีเรีย และโคลัมเบีย นอกจากนี้ยังมีนักข่าวอิสระหลายราย ที่เรียกตนเองอย่างติดตลกว่าเป็น “War Tourism” (เช่น นายพี.เจ. โอรอร์ค นักข่าวอิสระชื่อดัง) รวมถึงทหารรับจ้างที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรณีนายไมเคิล ฮอร์ ที่ได้ปลอมตัวเป็นสมาชิกกลุ่มภาคีฟรอธโบลวเวอร์ ระหว่างภารกิจเข้ายึดพื้นที่ประเทศเซเชลส์

Water Tourism
คือการท่องเที่ยวทางเรือในวันหยุด เพื่อทัศนาจรที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจเดินทางไปท่าเรือที่หรูหรา หรือเพียงจอดเรือเพื่อรับประทานอาหารกลางทะเล บางครั้งอาจเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เรียกกันอีกชื่อว่า Boating-Holiday

Wildlife Tourism
เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยาที่เป็นมิตรต่อสัตว์ป่า การท่องเที่ยวชนิดนี้ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วทั่วโลก พูดง่ายๆก็คือ การท่องเที่ยวประเภทนี้คือการเฝ้าดูอิริยาบถของสัตว์ป่าในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

Wine Tourism
เป็นการท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ในการชิม บริโภค หรือซื้อไวน์ จากแหล่งผลิตโดยตรง หรือสถานที่ใกล้เคียง การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ส่วนมากคือการเยี่ยมชมโรงผลิตไวน์ สวนองุ่น ภัตตาคารที่เสิร์ฟไวน์ชนิดพิเศษ หรือการเยี่ยมชมงานเทศกาลไวน์ต่างๆ

Sacred Travel หรือ Metaphysical Tourism
คือการท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่ง ที่กำลังเติบโตขึ้นในตลาดการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวชนิดนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เชื่อในลัทธิ New Age ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงวัยกลางคน โดยนำนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ที่เชื่อกันว่ามีความลึกลับทางจิตวิญญาณ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ

Shark Tourism
เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่งในเชิง ecotourism โดยริเริ่มจากแนวคิดที่จะสนับสนุน ให้สังคมเห็นคุณค่าของปลาฉลามมากขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ใช่จะได้เห็นแต่เพียงปลาฉลามที่ถูกจับมาเพื่อฆ่า และตัดอวัยวะบางส่วนไปขาย หากแต่จะได้สัมผัสกับปลาฉลามเป็นๆ ที่มีชีวิตอยู่ในท้องทะเล

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Space Tourism
เป็นการบริการที่เกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ โดยนักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาล เป็นค่าเชื้อเพลิงกระสวยอวกาศ และบินขึ้นไปชมทัศนียภาพบนอวกาศ

Sports Tourism
คือการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อไปชมการแข่งขันกีฬา โดยรวมถึงนักกีฬา ที่เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติด้วยเช่นกัน

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


Sustainable Tourism
คือการท่องเที่ยวที่มีเจตนาจะสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุดต่อสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมของผู้อาศัยในชุมชนนั้นๆ แต่ยังสามารถเพิ่มงานเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้


*********************************************



ขอขอบคุณข้อมูลจาก e-TAT Tourism Journal – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คลิกดูไฟล์ที่แนบมา