ช่วยเหลือ - ค้นหาข้อมูล - รายชื่อสมาชิก - ปฏิทิน
อ่านเว็บบอร์ดในเวอร์ชั่นเต็ม : นกกระเรียน
:: Photo and Travel Forum :: > พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวการท่องเที่ยว และเรื่องราวน่ารู้จากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ > บทความ เรื่องราวน่ารู้ จากสถานที่น่าสนใจต่างๆ
ตาน้ำ

นกกระเรียน
Grus antigone



คลิกดูไฟล์ที่แนบมา


นกกระเรียน
Grus antigone


ลักษณะ : เป็นนกขนาดใหญ่เมื่อยืนมีขนาดสูงราว ๑๕๐ เซนติเมตร ส่วนหัวและคอไม่มีขนปกคลุม มีลักษณะเป็นปุ่มหยาบสีแดง ยกเว้นบริเวณกระหม่อมสีเขียวอมเทา ในฤดูผสมพันธุ์มีสีแดงส้มสดขึ้นกว่าเดิม ขนลำตัวสีเทาจนถึงสีเทาแกมฟ้า มีกระจุกขนสีขาวห้อยคลุมส่วนหาง จะงอยปากสีออกเขียว แข้งและเท้าสีแดงหรือสีชมพูอมฟ้า นกอายุน้อยมีขนสีน้ำตาลทั่วตัว บนส่วนหัวและลำคอมีขนสีน้ำตาลเหลืองปกคลุม ในประเทศไทยเป็นนกกระเรียนชนิดย่อย Sharpii ซึ่งไม่มีวงแหวนสีขาวรอบลำคอ

อุปนิสัย : ออกหากินเป็นคู่และเป็นกลุ่มครอบครัว กินพวกสัตว์ เช่น แมลง สัตว์เลื้อยคลาน กบ เขียด หอย ปลา กุ้งและพวกพืช เมล็ดข้าวและยอดหญ้าอ่อน ทำรังวางไข่ในฤดูฝนราวเดือนมิถุนายน ปกติวางไข่จำนวน ๒ ฟอง พ่อแม่นกจะเลี้ยงดูลูกอีกเป็นเวลาอย่างน้อย ๑๐ เดือน

ที่อยู่อาศัย : ชอบอาศัยตามทุ่งหญ้าที่ชื้นแฉะ และหนองบึงที่ใกล้ป่า

เขตแพร่กระจาย : นกกระเรียนชนิดย่อยนี้ มีเขตแพร่กระจายจากแคว้นอัสสัมในประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ไทย ตอนใต้ลาว กัมพูชา เวียดนามตอนใต้ ถึงเมืองลูซุนประเทศฟิลิปปินส์ บางครั้งพลัดหลงไปถึงประเทศมาเลเซีย และยังมีประชากรอีกกลุ่มหนึ่งในรัฐควีนแลนด์ประเทศออสเตรเลีย

สถานภาพ : นกกระเรียนเคยพบอยู่ทั่วประเทศ ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗ พบ ๔ ตัว ที่วัดไผ่ล้อม จังหวัดปทุมธานี จากนั้นมีรายงานที่ไม่ยืนยันว่าพบนกกระเรียน ๔ ตัว ลงหากินในทุ่งนาอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๒๘

ที่มา http://www.dusitzoo.org/index.php?option=c...4&Itemid=39

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร แรด กระซู่ กูปรี ควายป่า ละมั่ง สมัน กวางผา นกแต้วแล้วท้องดำ นกกระเรียน แมวลายหินอ่อน สมเสร็จ เก้งหม้อ พะยูน เลียงผา
ตาน้ำ
ที่มา แฟ้มสัตว์โลก

นกกระเรียน Sarus Crane

นกกระเรียน เป็นนกในตระกูลนกกระเรียนที่สูงที่สุด และเป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 176 เซนติเมตร หนัก 6.35 กิโลกรัม ปีกกว้าง 240 เซนติเมตร ลำตัวสีเทาอ่อน กระหม่อมไม่มีขน มีหนังเปลือยเปล่าสีอมเขียว ส่วนคอและใบหน้าเปลือยเปล่า หนังขรุขระสีแดงหรือส้ม ที่หูมีกระจุกขนสีขาวอมเทาขนาดเล็ก

นกกระเรียนพันธุ์อินเดีย (G. a. antigone) มีขนรอบคอสีขาว ขาและนิ้วสีแดง ตัวผู้และตัวเมียลักษณะเกือบเหมือนกัน ตัวเมียเล็กกว่าเล็กน้อย พันธุ์อินเดียกระจายพันธุ์อยู่ในที่ราบทางเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกของประเทศอินเดีย และทางตะวันตกของที่ราบต่ำทีไร (Terai) ในประเทศเนปาล พบบ้างในประเทศปากีสถาน นกกระเรียนที่พบในประเทศไทยคือนกกระเรียนพันธุ์ตะวันออก (G. a. sharpii) เคยอาศัยอยู่ทั่วไปในคาบสุมทรอินโดจีน แต่ในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมาจำนวนได้ลดลงอย่างมาก ปัจจุบันเหลืออยู่บ้างในประเทศพม่า เวียดนาม และกัมพูชา ส่วนในมณฑลยูนนานของประเทศจีนและประเทศลาวอาจเหลือน้อยมากหรืออาจหมดไปแล้ว ส่วนในประเทศไทยได้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 20 แล้ว นกกระเรียนอีกพันธุ์หนึ่งคือนกกระเรียนพันธุ์ออสเตรเลีย (G. a. gilli) อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย

นกกระเรียนอาศัยอยู่ในพื้นที่หลายประเภท แต่พื้นที่ที่ชอบที่สุดได้แก่หนองน้ำขนาดเล็กที่มีเฉพาะฤดูกาล พื้นที่ราบที่ถูกน้ำท่วม พื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลมาก ไร่ที่เพิ่งไถ และทุ่งนา ชอบกินหัวพืชใต้ดิน และกินสัตว์ขนาดเล็กด้วย

ในประเทศอินเดีย นกกระเรียนส่วนใหญ่เป็นนกประจำถิ่น แต่นกกระเรียนในอินโดจีนและออสเตรเลียอาจมีการย้ายถิ่นตามฤดูกาล นกกระเรียนอินเดียค่อนข้างปรับตัวเข้ากับชุมชนได้ดี นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่อยู่ในบางส่วนของประเทศพม่าก็ปรับตัวเข้ากับชุมชนได้ ดีเช่นกัน

การเกี้ยวพาราสีของนกกระเรียนน่าชมและน่าฟังมาก นกกระเรียนทุกชนิดจะขับร้องเพลงเป็นเพลงเสียงประสาน น้ำเสียงของตัวผู้และตัวเมียต่างกัน แต่ร้องในทำนองเดียวกันและประสานกัน อย่างพร้อมเพรียง ทั้งคู่จะทำท่าทางเหมือนเต้นรำโดยแอ่นคอโค้งไปด้านหลังจนปากชี้ฟ้า และส่งเสียงร้อง ขณะเต้นรำตัวผู้จะเหยียดปีกลู่ไปด้านหลัง ส่วนตัวเมียจะเก็บปีกไว้เสมอ นอกจากการเต้นรำแล้วนกกระเรียนอาจแสดงกริยาอย่างอื่นอีกเช่น กระโดด วิ่ง ก้มหัว จิกหรือพุ้ยหญ้า และกระพือปีก

สถานที่ทำรังของนกกระเรียนมีหลายที่ เช่น ข้างลำคลอง กลางทุ่งนา บางครั้งทำรังอยู่บนที่น้ำตื้นที่มีพืชน้ำโผล่พ้นน้ำขึ้นมา ในอินเดียนกกระเรียนทำรังด้วยต้นข้าวในทุ่งนาที่มีน้ำท่วมขัง

แม่นกมักวางไข่ครั้งละ 2 ฟอง ทั้งพ่อและแม่นกจะช่วยกันกกไข่เป็นเวลาประมาณ 31-34 วัน ระหว่างนี้ตัวผู้มักต้องรับบทเป็นผู้ปกป้องรังจากอันตรายรอบด้านด้วย ลูกนกจะเริ่มบินได้เมื่ออายุได้ 50-65 วัน

ภัยหลักที่คุกคามนกกระเรียนคือการที่พื้นที่ชุ่มน้ำถูกทำลาย การลักลอบจับลูกนกไปขายก็ทำให้จำนวนของนกกระเรียนลดลง ปัจจุบันคาดว่าจำนวนประชากรนกกระเรียนในโลกอยู่ในช่วง 15,500-20,000 ตัว มีแนวโน้มลดลงและเสี่ยงสูญพันธุ์ ไซเตสจัดนกกระเรียนไว้ในบัญชีหมายเลขสอง เป็นหนึ่งใน 15 สัตว์ป่าสงวนของไทย

ชื่อไทย นกกระเรียน
ชื่ออังกฤษ Sarus Crane
ชื่ออื่น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Grus antigone
อาณาจักร Animalia
ไฟลัม Chordata
ชั้น Aves
อันดับ Gruiformes
วงศ์ Gruidae
สถานภาพการคุ้มครอง ไซเตส : บัญชีหมายเลข 2
ไทย : สัตว์ป่าสงวน
สถานภาพประชากร ไอยูซีเอ็น : เสี่ยงสูญพันธุ์
yoobinjaja
สนุกสุดๆๆ hipb006.gif hipb006.gif
นี่คือหมวดอ่านเว็บบอร์ดแบบไม่มีกราฟฟิค : หมวดที่คุณสามารถดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องโหลดกราฟฟิคมากมาย ซึ่งบอร์ดได้ตัดส่วนนั้นออก เพื่อให้โหลดไวขึ้น
แต่ถ้าคุณอยากกลับไปดูข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ ให้คุณคลิกที่นี่
.
Invision Power Board © 2001-2020 Invision Power Services, Inc.